แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การซื้อบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การซื้อบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จัดบ้านสบายไม่มีร้อน กับ สุดยอดแนวทางเลือกใช้วัสดุประตูหน้าต่าง

จัดบ้านสบายไม่มีร้อน กับ สุดยอดแนวทางเลือกใช้วัสดุประตูหน้าต่าง

เมื่อคุณซื้อขายบ้านมานั้น ความสบายในการพักอยู่อาศัยภายในบ้านอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยหลาย ๆ อย่างรวมกัน เช่น ทิศที่ตั้งของบ้าน ขนาดพื้นที่ อุณหภูมิ ความชื้น และอีกปัจจัยหนึ่งก็มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ เลย ก็คือ การระบายอากาศภายในบ้าน

ประเทศของเรานั้นมักปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอากาศร้อนและแสงแดด แต่ใช่ว่าจะมีแบบบ้านที่อยู่แล้วสบายไม่ได้ ดังนั้นเราควรสร้างบ้านให้มีการระบายและถ่ายเทอากาศได้ดี โดยการเจาะช่องเปิดของหน้าต่างในตำแหน่งและทิศทางที่เหมาะสม จะช่วยทำให้เกิดสภาวะของความน่าสบายภายในบ้าน รู้อย่างนี้แล้วเราจึงต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของบานประตูและหน้าต่าง เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องของการสร้างบ้านที่ถือว่าละเลยไม่ได้เลยจริงๆ

ในการติดตั้งบานกรอบของประตูและหน้าต่างนั้น ในปัจจุบันมีวัสดุหลายชนิดให้เราได้เลือกใช้ นอกจากเราจะเลือกวัสดุจากความสวยงามและราคาแล้ว ซึ่งต้องคำนึงถึงและมีความสำคัญมากก็คือ ความเหมาะสมกับการนำไปใช้งานนั่นเอง โดยตามท้องตลาดในปัจจุบันมีวัสดุบานกรอบประตูหน้าต่างให้เลือกหลายชนิดดังนี้

ไม้... มีความสวยงามตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากสีของเนื้อไม้และลายไม้ซึ่งจะแตกต่างกันตามชนิดของไม้ เราก็ควรเลือกใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ไม้เต็ง เพราะจะมีความทนทานใช้งานได้นาน โดยจะต้องเลือกไม้ที่ไม่มีรอยแตก รอยบิ่น ไม่โก่งหรือบิดตัวจะได้ไม่เกิดปัญหาแก่การใช้งานในภายหลัง โดยทั่วไปแล้ว ในตามท้องตลาดก็จะมีขนาดของประตูมาตรฐาน คือกว้าง 0.80 เมตร สูง 2 เมตร แต่เราสามารถเลือกขนาดได้ตามความต้องการของเรา เช่น ใช้ประตูที่มีความกว้างมากกว่าปกติไว้สำหรับทางเข้าหลักของแบบบ้าน และโดยทั่วไปแล้ววงกบไม้จะมีขนาด 2” X 4” หรือ 2”X 5”

เหล็ก...ส่วนใหญ่มักจะใช้กับบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ เช่น ในโรงงาน โรงรถ ห้องเก็บของ โกดัง หรือการใช้ประตูเหล็กทนไฟ ในโรงพยาบาล วงกบเหล็ก มีกรอบเหล็กผลิตแบบขึ้นรูป ขนาด 50 X 100 X 1.6 มิลลิเมตร บานเหล็กใช้แผ่นเหล็กผลิตโดยการพับขึ้นรูปมาจากโรงงาน ประตูเหล็กนั้น สามารถทนไฟได้ในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นประตูหนีไฟ ก็จะมีการเคลือบฉนวนและติดยางกันควันไว้ จะทนไฟได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง

อลูมิเนียม...มีหลายสีให้เลือกใช้ เช่น อลูมิเนียมสีชา สีดำ สีน้ำตาลเข้ม (สีค่อนไปทางน้ำตาล) อลูมิเนียมสีธรรมชาติ (ซึ่งก็คือวงกบอลูมิเนียมที่มีสีเงิน ๆ นั่นเอง) และมีการใช้ระบบในการเคลือบสีที่เรียกว่า POWDER COATING ซึ่งการเคลือบสีแบบนี้เราจะสามารถเลือกใช้สีได้ตามความต้องการ และมีความทนทานที่มากกว่า ซึ่งราคาก็จะสูงกว่าอลูมิเนียมธรรมดา ส่วนมากที่เห็นได้ทั่วไปจะเป็นสีขาวและ สีดำ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างไม้กับอลูมิเนียมแล้วจะเห็นได้ว่าวัสดุอลูมิเนียมจะมีความสม่ำเสมอมากกว่าไม้ เพราะว่าจะผลิตออกมาจากโรงงาน สามารถควบคุมคุณภาพของวัสดุได้ จึงมีราคาสูง แต่ถ้าหากเราใช้ไม้เกรดดีมาก ๆ ก็อาจจะแพงกว่าการใช้อลูมิเนียมได้ อลูมิเนียมจึงมักถูกใช้เป็นวงกบ หรือขอบประตูในห้องน้ำ หรือตามริมทะเล เนื่องจากไม่ผุกร่อนง่ายเหมือนไม้และไม่ขึ้นสนิมหากอยู่กับสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้ทะเล

กระจก...จะนำมาใช้ในส่วนของลูกฟักประตูและหน้าต่าง เราสามารถเลือกชนิดกระจก เป็นกระจกเทมเพอร์ ซึ่งเป็นกระจกนิรภัยที่แตกออกเป็นเม็ดข้าวโพด หรือกระจกลามิเนตที่คุณสามารถเลือกสีได้ตามความต้องการ นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างลวดลายได้โดยการพ่นทรายลงบนกระจก โดยคุณสามารถเลือกขนาดของกระจกได้ตามความต้องการ โดยกรอบอาจเป็นวัสดุอื่น ๆ เช่น อลูมิเนียม ไม้ UPVC
นอกจากการที่จะเลือกใช้วัสดุของวงกบและบานประตูหน้าต่างแล้ว ความรู้พื้นฐานที่เราควรจะทราบในการติดตั้งวงกบและบานประตูหน้าต่างให้เหมาะสมกับแบบบ้านมีดังนี้
 - การติดตั้งบานประตูหน้าต่างนั้น ไม่ได้ทำพร้อมกับการติดตั้งวงกบ เราจะต้องทำการติดตั้งวงกบไปพร้อม ๆ กับการก่อผนัง หลังจากนั้นจึงเว้นระยะห่างออกไป ค่อยติดตั้งบานประตูหน้าต่างเข้าไป ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่บ้านใกล้เสร็จ เพราะถ้าติดตั้งบานประตูหน้าต่างเลยจะเกิดความไม่สะดวกในการก่อสร้าง เช่นการเคลื่อนย้ายวัสดุต่างๆ
- ในการติดตั้งวงกบกรณีที่เป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน จะต้องมีเสาเอ็นและทับหลังโดยรอบเพื่อยึดตัววงกบกับผนัง เพราะถ้า ผนังก่ออิฐฉาบปูน มาชนกับวงกบเฉยๆ จะทำให้การเชื่อมต่อนั้น ไม่แข็งแรง เกิดการแตกร้าวได้ ในการติดตั้งวงกบอลูมิเนียมเมื่อวางวงกบอลูมิเนียมบนผนัง จะต้องเว้นช่องว่างไว้ ประมาณ 0.5 ซม. แล้วจึงใส่ซิลิโคนเข้าไปอุดรอย ต่อระหว่างอลูมิเนียมกับขอบปูน เพื่อป้องกันการรั่วซึมจากน้ำ ฝน ส่วนวงกบ PVC. นั้นผลิตจากเนื้อ PVC. ที่มี โครงสร้างภายในเป็นเหล็กเสริม ติดตั้งได้ทั้งผนังไม้ ปูน และโลหะ การเข้ามุมต่างๆ จะใช้ความร้อน สามารถทำให้ประสานกันได้สนิทและสวยงาม
-  การหล่อเสาเอ็นและทับหลังควรทำโดยการวางตำแหน่งของวงกบก่อนแล้วก่ออิฐทำผนัง เข้าหาวงกบที่ทำไว้ เว้นช่องให้มี ขนาดเท่ากับเสาเอ็นที่กำหนดใบแบบ จากนั้นทำการผูกเหล็ก วางไม้แบบ แล้วเทคอนกรีตตามไม้แบบที่วางไว้จะได้เสาเอ็น ไม่ควรทำเสาเอ็นและทับหลังก่อนโดยเว้นช่องไว้แล้วค่อยมาติดตั้งวงกบในภาย หลังการกระทำดังกล่าวจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง วงกบกับเสาเอ็นและทับหลังไม่เชื่อมสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน อาจเกิดร่องห่าง เป็นสาเหตุให้น้ำฝนซึมเข้า หรือเกิดการ แตกร้าวตรงรอยต่อ ได้ในภายหลัง

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุและการติดตั้งบานประตูหน้าต่าง
 1.วัสดุที่ใช้ทำบานประตูหน้าต่างต้องอยู่ในสภาพที่ดี ถ้าเป็นอะลูมิเนียม ต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีรอย บุบหรือบิดงอ ถ้าเป็นบานประตูหน้าต่าง ที่ทำด้วยไม้ จะต้องไม่มีรอยแตกหรือผุ ไม่บิดงออย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบานประตูที่ทำด้วย ไม้อัดจะต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยแตกปริ หรือปูดของแผ่นไม้อัดความชื้น ซึ่งสามารถพบเห็นได้บ่อย
2.สำหรับประตูหน้าต่างชนิดบานเลื่อน ควรเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา และไม่บิดงออย่างเช่น อลูมิเนียม เพราะจะสะดวกต่อการใช้งาน เวลาเลื่อนเปิดหรือปิด จะไม่เกิดการติดขัดเนื่องจากน้ำหนักของวัสดุ แต่ถ้าเป็นประตูหน้าต่างบานเปิด สามารถเลือกใช้ได้ทั้งไม้และอลูมิเนียมเพราะน้ำหนักของวัสดุไม่มีผลมากในการใช้งาน
3.การเลือกชนิดวัสดุต้องคำนึงถึงพื้นที่การใช้งานด้วย เราไม่ควรเลือกใช้ไม้ในกรณีที่อยู่ภายนอกบ้านซึ่งต้องเจอกับน้ำฝน และแสงแดดที่ร้อนจนทำให้ไม้ซีดจางและผุกร่อนหรือใช้ในบริเวณห้องน้ำ ถ้าหากจะใช้ไม้ก็ควรจะเป็นไม้จริงทาด้วยสีน้ำมันหรือใช้ไม้อัดที่เป็นชนิดกันน้ำ
 4.ประตูที่อยู่ติดกับภายนอกอาคารหรือประตูห้องน้ำควรเป็นประตูบานเปิดที่เปิดออกนอกบ้านเพื่อป้องกันปัญหาการไหลย้อนของน้ำฝนเข้ามาทางประตูหน้าต่าง และควรทำขั้นเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นเข้ามาในบ้าน

ที่มา forfur

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไขข้อสงสัย ลูกค้ายุคใหม่เอาใจยาก

ลูกค้ายุคใหม่เอาใจยาก


           ในอดีตการทำธุรกิจที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ขายจะมีหน้าที่เพียงสร้างบ้านหรือคอนโดให้เสร็จ จากนั้นก็ทำการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าโดยนัดกันไปโอนที่กรมที่ดิน แค่นี้ก็ถือว่าการค้าขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้จบลงแล้ว ผู้ขายได้รับเงินส่วนที่เหลือ ส่วนผู้ซื้อมีความสุขแค่ซื้อบ้านและได้บ้าน

           จากนั้นถัดมายุคหลังปี 2540 ที่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ผู้ซื้อบ้านไม่ได้บ้านกันมากมาย บริษัทผู้ขายล้มละลายและหนีหายไปกับวิกฤตเศรษฐกิจ ธุรกิจอสังหาจึงได้เข้าสู่ยุคบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย ตามสโลแกนของพี่บิ๊กแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ “บ้านไม่ได้เห็นอย่างซื้อ”  วงการอสังหาริมทรัพย์ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ได้เปลี่ยนไปเป็น นอกจากจะซื้อขายบ้านที่เสร็จแล้วเท่านั้น ผู้ซื้อยังเลือกสรรไปถึง สภาพของโครงการ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งสโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนท รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในโครงการ ดังนั้น ความต้องการสินค้าอสังหาของผู้ซื้อจึงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เป็นความต้องการบ้านหรือคอนโด ที่รวมไปถึงสภาพแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในโครงการที่ตัดสินใจซื้อด้วย

           จากปี 2540 ถึงปัจจุบัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งของ มาตรฐานการซื้อขายสินค้าประเภทนี้ของผู้บริโภค เพราะปัจจุบัน สังคมของเราได้เข้าสู่ยุค ดิจิตอล ออนไลน์แบบเต็มรูปแบบแล้ว บางครั้งลูกค้าก็มีข้อมูลสินค้าของบริษัทและสินค้าของคู่แข่ง รวมถึงข้อมูลความเจริญเติบโตของทำเลที่หาซื้อขายบ้านและคอนโด มากกว่าพนักงานบริษัทเสียอีกนี่ยังไม่รวมถึงการที่ลูกค้ารู้ปัญหาความผิดพลาดต่างๆของการดูแลลูกค้า รวมถึงมาตรฐานของการใส่ใจดูแลลูกค้าของบริษัทอย่างละเอียดลึกซึ้ง สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้มุมมองของมาตรฐานการเลือกซื้อสินค้าและบริการในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของลูกค้ามีรายละเอียด ความต้องการและคาดหวังการบริการจากบริษัทที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก วันนี้เรามาดูกันครับว่าลูกค้ายุคใหม่นี้ เวลาเขาหาซื้อบ้านและคอนโดเขามีเช็คลิสในการคัดกรองคุณภาพสินค้าและบริการอย่างไรบ้าง

1. ลูกค้ายุคใหม่อยากรู้ทุกอย่าง
           หมดยุคที่เว็บไซต์ของบริษัท ที่มีแค่รูปบ้านสวยๆ พร้อมราคาและ โปรโมชั่น เท่านั้น เพราะลูกค้าของคุณต้องการข้อมูลทุกด้านทุกมุม ที่เกี่ยวข้องกับ ทำเล โครงการ และ ตัวบ้านหรือห้องพัก ในลักษณะการรีวิวให้รายละเอียดอย่างตรงไปตรงมา ครบถ้วน ไม่ใช่แค่คำโฆษณาสวยหรู และยิ่งไปกว่านั้น คือ ข้อมูลที่มาในรูปแบบของวิดีโอ มากกว่าข้อความให้อ่านยาวๆ ดูจะได้รับความสนใจจากลูกค้ายิ่งขึ้น สำหรับในหัวข้อนี้ประเด็นก็คือถ้าบริษัทไม่มีข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ลูกค้า ลูกค้าก็จะเสาะแสวงหาข้อมูลแบบนี้จาก เว็บไซด์อื่น รวมถึงของคู่แข่งด้วย ซึ่งแน่นอน โอกาสที่ลูกค้าจะได้เห็นข้อมูลในด้านลบของบริษัทจากแหล่งอื่นก่อนข้อมูลด้านดีและถูกต้องจากบริษัทย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

2. ลูกค้าต้องการความสนใจและรับมอบสิทธิพิเศษ ที่เหนือความคาดหวังแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยจากบริษัท
           การตอบข้อซักถามของลูกค้าทางออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ การบริการที่ดีเยี่ยมของพนักงานขายที่โครงการ ถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บริษัทชนะใจลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าบอกต่อ นี่ยังไม่รวมถึงโปรแกรมส่งเสริมด้านการขายเล็กๆน้อยๆ สำหรับลูกค้าใหม่ที่เข้าเยี่ยมชมโครงการหรือดูข้อมูลสินค้าทางเว็บไซด์ของบริษัท รวมไปถึงโปรแกรม ดูแลสินค้าหลังการขายและ CRM สำหรับลูกค้าที่ซื้อแล้วแบบเหนือความคาดหวัง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นวิธีการที่ดีที่จะสามารถมัดใจลูกค้าและได้รับการ เผยแพร่ ออกไปใน Social Media แบบไม่ต้องให้เสียงบประมาณโฆษณาเลย

3. ลูกค้ารุ่นใหม่ใจร้อนและไม่ชอบที่จะรออะไรนานๆ
           การดูแลต้อนรับที่สำนักงานขาย การตอบสนองแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆในสินค้าแบบรวดเร็วทันใจ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการมัดใจลูกค้าทีเดียว โดยเฉพาะสินค้าประเภทนี้ที่ลูกค้าใช้งานสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้าอีกด้วย ดังนั้นเวลาจึงเป็นตัวแปลสำคัญที่มีผลต่อความพอใจของลูกค้า บางครั้งมากกว่าคุณภาพและค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต้องจ่ายเสียอีก ดังนั้นการดูแลก่อนและหลังการขายจึงไม่ใช่แค่ดูแลแต่ต้องหมายถึงความรวดเร็วทันใจเพื่อให้ถูกใจลูกค้ายุคใหม่นี้

4. ลูกค้าต้องการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทและสินค้าที่ตนเองซื้อจากมือถือ

           การมี Application ที่สามารถทำให้ลูกค้าได้เข้าถึงข้อมูลและบริการทุกด้านของบริษัทจากเครื่องมือแบบ Smart phone ดูจะเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับลุกค้ายุคนี้ การที่บริษัทมีพียง เว็บไซด์อย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลให้ลูกค้าเกิดความพอใจในการติดต่อกับบริษัทในเรื่องต่างๆ

5. ลูกค้าต้องการแชร์ข้อมูลดีๆ
           ด้วยพฤติกรรมของลูกค้ายุคใหม่ที่ต้องการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นทางสื่อ Social Media ทำให้ข้อมูลดีๆมีประโยชน์ต่อลูกค้าและกลุ่มเพื่อนฝูงของลูกค้ามีความสำคัญที่จะส่งเสริมให้ลูกค้ารับข่าวสารและแชร์ต่อในแวดวง Social Media ของลูกค้า บริษัทในยุคของปัจจุบันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดหาผลิต content ดีๆมานำเสนออยู่เสนอในสื่อ Social ทั้งหลายแหล่ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะรวมไปถึงการบริการดีๆหรือโปรโมชั่นโดนๆสุดประทับใจที่บริษัท surprise ให้กับลูกค้า เพราะแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ภายในวันเดียวทั่วทั้งสังคม online ก็รับรู้และแชร์ต่อกันทั่วแล้วครับ

           ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบนี้ของผู้บริโภคเราคงเห็นว่า ต้นทุนทางธุรกิจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เรียบง่ายแค่ค่าก่อสร้างบ้านหรือคอนโดและค่าพัฒนาสาธารณูปโภคอีกแล้วครับ เพราะต้นทุนที่แท้จริงคงต้องรวมค่าใช้จ่ายในการบริการหลังการขายที่รวดเร็วและค่าดูแลโปรแกรม online ต่างๆที่จะทำให้ลูกค้ามีความประทับใจและบอกต่อ แต่ยังไงก็ตามบริษัทควรคิดเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการสร้างแบรด์ที่แต่เดิมมุ่งเน้นที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อหลักเท่านั้น เผลอๆค่าใช้จ่ายรวมทางการตลาดอาจลดลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหลายเท่าก็ได้นะครับ เพราะการลงทุนกับลูกค้ามักจะเพิ่มค่าทวีคูณในระยะยาวเสมอ

ที่มา home.co.th

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

10 เหตุผลดีๆที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโครงการที่คุณขาย

10 เหตุผล ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโครงการที่คุณขาย 

        คำถามที่ผมมักจะได้เจอเมื่อเริ่มทำโครงการใหม่ คือ ควรจะทำโครงการยังไงให้ขายได้และขายดี จากคำถามนี้ในฐานะนักการตลาดของอสังหริมทรัพย์ ทิศทางของคำตอบนั้น คงเป็นต้องทำโครงการให้ตรงกับความต้องการของผู้ที่กำลังหาซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ จนไปถึงการหาเหตุผลที่ผลักดันลูกค้าเหล่านี้ให้หาที่อยู่อาศัยใหม่ การค้นหาคำตอบนี้ ก็คงจะรวมไปถึงการหาเหตุผลดีๆในจุดสุดท้ายของลูกค้า ที่ทำให้ผู้หาซื้อขายบ้านทั้งหลายจะตัดสินใจ เลือกโครงการของเราในวันนี้ โดยไม่ต้องรอไปแสวงหา โครงการของคู่แข่งอีกต่อไป ดังนั้นหลักการที่ผมจะเขียนในตอนนี้ ก็คงไม่ใช่เพียงแค่แนวคิดในการพัฒนาโครงการแบบกว้างๆอย่างเดียวครับ แต่คงเป็นกลยุทธ์หลัก ที่จะช่วยในทีมการตลาดและการขายสามารถออก Campaign โฆษณาและรายการโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยนี่คือ

1.ความรัก ความอบอุ่น เพื่อครอบครัว ภาพความประทับใจเหล่านี้ถือเป็น อารมณ์ทางด้านบวกที่มักจะจูงใจลูกค้าให้อยากได้เสมอ อารมณ์รัก ความสุข และเสียงหัวเราะ สิ่งที่นักการตลาดอย่างเราต้องทำก็คือ สร้างภาพลักษณ์ของโครงการที่จะสามารถตอกย้ำ การแสดงออกถึงของความรัก ความห่วงใยที่ผู้ซื้อมีให้กับครอบครัวของตัวเอง

2.ปกป้องให้กับความปลอดภัย ปราศจากความกังวลใจทั้งมวล นี่คงเป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ผลักดันลูกค้าในออกมาหาซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ความไม่ปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและสมาชิกภายในครอบครัวเป็นเหตุผลที่ดีที่ลูกค้าเลือกโครงการใหม่ที่แก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ให้เค้าได้ ดังนั้นเราจะต้องแสดงให้ลูกค้าเห็นว่า สินค้าของเรานั้นสามารถแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้ลูกค้ามีความรู้สึก ที่การกลัวโดนหลอก ไม่ปลอดภัย ลังเลสงสัย ไม่สบายใจ

3.ส่งเสริมระดับฐานะ High Status อีกสิ่งหนึ่งที่เคียงคู่กับสินค้าประเภทนี้และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ลูกค้าอยากมีบ้านใหม่คือ บ้านใหม่จะสามารถส่งเสริมสถานะทางสังคมของตัวลูกค้าทางด้านไหน คือ มีฐานะขึ้น มีสไตล์ขึ้น มีความน่าเชื่อถือขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ลูกค้าอยากเปลี่ยนที่อยู่อาศัยใหม่

4.ใครๆก็ซื้อที่นี่ What others want หลายครั้งที่ภาพลักษณ์ของโครงการหรือ การออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าไปผูกติดกับภาพลักษณ์การขายดีของโครงการในวันเปิดการขาย หรือชื่อเสียงของผู้ที่จะตัดสินใจซื้อหรือเป็นลูกค้าของโครงการ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ในบางครั้งเกิดความมั่นใจภายในโครงการเพียงเหตุผล เพราะโครงการนี้ใครๆก็ซื้อ หรือ presenter คนมีชื่อเสียงที่ตัวเองชื่นชอบ บอกว่าที่นี่ดีหรืออยู่ที่นี่

5.Function การตกแต่งที่บ่งบอกว่าใช่เลย ที่แหละบ้านในฝัน ลูกค้ามักจะมีภาพของบ้านในฝันเป็นของตัวเองเสมอและที่สำคัญ จะต้องมีความต้องการ Function การออกแบบบ้านที่ตอสนองความต้องการของตัวเอง  แบบว่านี่แหละบ้านที่ชั้นอยากได้มาทั้งชีวิต ดังนั้น บ้านตัวอย่างหรือห้องตัวอย่าง รวมทั้ง function ที่จะตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า คือ เป้าหมายมีความสำคัญที่จะทำให้ลูกค้านั้น ตัดสินใจเลือกโครงการของเรา การดีไซน์ออกแบบตกแต่งภายในของบ้านที่สะท้อนตัวตนจริงๆของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีรายละเอียดในการใช้สอยภายในบ้านของครอบครัว เหล่านี้ล้วนจะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่เป็นจะประเด็นสำคัญที่จะนำไปสู่ความชอบใจของลูกค้าที่มีต่อโครงการของเรา

6.ต้องแย่งกัน จำกัดของที่มีสินค้า มักจะมีค่าขึ้นก็ต่อเมื่อต้องแย่งกันครับ เรื่องนี้ถือเป็นกลยุทธ์พื้นฐาน ที่ทุกโครงการได้นำมาใช้ในการเปิดโครงการบ้านใหม่ โดยมีเวลาและวันที่แน่นอนเพียงวันเดียวในการเปิดลงชื่อจองโครงการ ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้มีเรื่องเดียวครับ คือจำนวนของลูกค้าที่แวะชมโครงการในวันนั้นต้องมากกว่าสินค้าที่จะเสนอขาย เพราะสิ่งนี้เองจะสามารถสร้างสถานะการณ์ที่บังคับให้ลูกค้าตัดสินใจเพื่อให้ได้ห้องหรือบ้านในตำแหน่งทำเลที่ตนเองต้องการ เนื่องจากสินค้าอสังหา มีลักษณะเฉพาะตรงความไม่เหมือนกันของสินค้าในมิติของทำเลครับ

7.พิเศษจากแดนไกล สไตล์ล้ำสุดๆ การชักจูงในลักษณะนี้ มักเกี่ยวข้องกับการพูดถึงสไตล์ของบ้านการตกแต่งบ้าน การออกแบบโครงการที่อ้างอิง ผู้ออกแบบ หรือสไตล์การออกแบบจากต่างประเทศ เช่นอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา เพราะลูกค้ามักได้ปลื้มกับสินค้าที่เป็นของต่างประเทศเสมอ และเรื่องนี้มักสะท้อนรสนิยมอันเลิศหรูของลูกค้าซึ่งลูกค้าต้องการบอกให้แวดวงสังคมและหมู่เพื่อนฝูงรับรู้ครับ

8.รายการพิเศษแห่งปี ความน่าสนใจในสินค้าจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ารับรู้ว่า การซื้อสินค้าในวันนี้ เป็นการซื้อที่ได้ Deal ที่ดีที่สุดซึ่งถูกเสนอขึ้นเฉพาะลูกค้าจริงๆ และเป็นโอกาสสำคัญที่ไม่มีอีกแล้ว เรื่องนี้เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่จะเรียกลูกค้าจำนวนมากเข้าโครงการ เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการซื้อโครงการ

9.ดีกว่าคู่แข่ง หลายครั้งลูกค้าแวะมาดูโครงการเราเพราะโครงการคู่แข่งออก Campaign เรียกลูกค้า กลยุทธ์นี้ถือมีความจำเป็นมากสำหรับการแข่งขันครับ เราจำเป็นต้องรู้ว่าใครคือคู่แข่งของเรา เขาอยู่ที่ไหนใกล้กว่าหรือไกลกว่า มีข้อด้อยในเรื่องทำเลอย่างไร อย่าลืมว่า การซื้อบ้านเรื่องทำเลมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ เขาให้สินค้าอะไร ในราคาที่เท่ากับเราหรือถูกกว่าเรา ขนาดของบ้าน ขนาดของห้อง จำนวน Function ในบ้าน ขนาดพื้นที่ ตร.ว. สเปควัสดุที่ให้ สภาพโครงการ ส่วนกลางที่ให้ สโมสร ชื่อเสียงของบริษัท ผลงานที่ผ่านมาในอดีต เราคงต้องคิดแบบลูกค้าครับว่า ถ้าจะให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกเราแทนคู่แข่งเราต้องนำเสนออะไรที่มากกว่า

10.วันนี้ พิเศษสุด เช่น ข้อเสนอพิเศษ ราคาพิเศษ แปลงสวยที่สุด ลูกค้าเสียประโยชน์อะไร เช่น ได้ราคาใหม่แพงขึ้น แปลงที่ดูไว้ถูกคนซื้อไป ไม่ได้ Promotion นี่เป็นกลยุทธ์สุดท้ายที่จะปิดการขายลูกค้าครับ ลูกค้าต้องรู้ว่าถ้าเค้าไม่ตัดสินใจวันนี้ เค้าจะเสียโอกาสที่ดีๆอะไรบ้าง
ในสถานะการณ์การขายที่ยากลำบากขึ้นสำหรับปีนี้ หวังว่าเหล่านักการตลาดและผู้ทำโครงการทั้งหลายคงจัดหา Campaign ดีๆมานำเสนอเพื่อให้ชนะใจลูกค้านะครับ

ที่มา home.co.th

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คุณภาพบ้านของเมืองไทย จะเดินหน้าต่อไปแบบไม่มีหยุดยั้ง

“บ้านคุณภาพ” เมืองไทย เดินหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง


ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปกี่ยุคกี่สมัย “บ้าน” ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ และไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคนเราจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด การสร้างครอบครัว การตอบแทนพระคุณพ่อแม่ หรือจะเป็นการสร้างหน้าตาทางสังคมนั้น ทุกอย่างจะสามารถลงตัวได้ที่คำว่า “บ้าน” เห็นเช่นนั้นแล้ว การมองหาซื้อขายบ้าน เพื่อครอบครองสักหนึ่งหลังจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิต จึงต้องคิดไตร่ตรองมองหาสิ่งที่ดีที่สุด บ้านคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณได้อย่างแท้จริง และนี่คือ เหตุผลของการก้าวเดินไปข้างหน้าของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็น “บ้านคุณภาพ” ที่คนไทยสร้าง ส่งต่อสู่คนไทย ได้มีที่อยู่อาศัยอย่างมาตรฐานและภูมิใจอย่างแท้จริง

TerraBKK ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การมองหา บ้านคุณภาพ ที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าจะเป็นคุณภาพบ้านที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ มีการพัฒนาต่อยอดและการออกแบบผลิตภัณฑ์สู่สิ่งที่ดีขึ้นเสมอ เช่น พัฒนานวัตกรรมสิ่งใหม่ พัฒนาการออกแบบให้มีประโยชน์ใช้สอย ตั้งอยู่ในทำเลดีสามารถเดินทางสะดวก มีความน่ารักความเป็นชุมชนร่วมกัน รายละเอียดดังนี้


ความเชื่อมั่นของลูกค้า
ความเชื่อมั่นในของลูกค้า เป็นเสียงสะท้อนได้อย่างดีที่สุดของความหมายในคำว่า บ้านคุณภาพ แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่ดีที่มีร่วมกัน สร้างความรู้สึกนึกคิดที่ดีภายในจิตใจของลูกค้าได้ พื้นฐานมนุษย์เรามักมีความเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น จับต้องสัมผัสได้ หากเป็นบ้านที่สามารถเข้าไปเห็นได้ เข้าไปสัมผัสได้ ย่อมสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า

ตัวอย่างเช่น “บ้านสร้างเสร็จก่อนขาย” ของแบรนด์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่นำเสนอลูกค้าด้วยสภาพบ้านจริง เห็นสภาพแวดล้อมของโครงการจริง สามารถที่สัมผัส คุณภาพบ้าน และโครงการได้ นอกจากประโยชน์ของลูกค้าแล้ว ฝั่งแลนด์แอนด์เฮ้าส์ก็เชื่อว่าจะเป็นการควบคุมต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้าน คุณภาพบ้าน และสภาพโครงการบ้านใหม่ได้อย่างดี มีความได้เปรียบ ด้านการกำหนดราคาขาย เนื่องจากทราบต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงก่อนการขาย ราคาขายจึงสอดคล้องกับภาวะของตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานั้นได้ดีด้วย

 การันตีความเป็น คุณภาพบ้าน ของแบรนด์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ด้วยรางวัล Platinum Award Trusted Brand 2013 จากการวัดความพึงพอใจของผู้บริโภคสาขาอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งเดียวในเอเชีย โดยนิตยสาร Reader’s Digest




นวัตกรรมการก่อสร้าง
 การคิดค้นวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ สะท้อนได้ถึงความใส่ใจ ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา เพื่อก้าวหน้าไปสู่การเป็น คุณภาพบ้าน ตรงตามพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้

ตัวอย่างเช่น “คิด สร้างสรรค์คุณค่า” หรือ “Create Value” ของแบรนด์ พฤกษา ที่มีการวิจัยบ้านนวัตกรรมเพื่ออนาคต เช่น “บ้านแข็งแรงปลอดภัย” โดยคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปทนต่อแรงแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริกเตอร์ ระยะเวลาการก่อสร้างลดลง “บ้านที่ใส่ใจสุขภาพ” โดยห้องน้ำสำเร็จรูปออกแบบการใช้งานที่คำนึงถึงผู้สูงอายุ ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นเชื้อรา “บ้านลดพลังงาน” โดยระบบฝ้าสำเร็จรูป และผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป ที่เป็นฉนวนกันความร้อนจากภายนอกได้ เป็นต้น

การันตีความเป็น คุณภาพบ้าน ของแบรนด์ พฤกษา ด้วยรางวัล Silver Award จากงาน Thailand Lean Award 2014 จากผลงานดีเด่นด้านการจัดการแบบ Lean มุ่งมั่นปรับปรุงคุณภาพ ต้นทุน และความเร็วของสินค้าอย่างเป็นระบบ โดยสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)




ดีไซน์การออกแบบ
การดีไซน์ออกแบบบ้าน นอกจากจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่แสดงออกถึงความสวยงาม ความทันสมัยแล้ว สิ่งสำคัญที่ช่วยผลักดันความเป็น บ้านคุณภาพ ได้ นั้นคือ การออกแบบบ้านที่หลุดออกจากกรอบเดิม เล็งเห็นถึงประโยชน์การใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า สร้างประสบการณ์ใหม่ สร้างมุมมองใหม่แก่ผู้อยู่อาศัยได้

ตัวอย่างเช่น “บ้านดีไซน์ L-Shape” ของแบรนด์ แสนสิริ ที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงบ้านจากเดิม ตั้งอยู่ตรงกลางที่ดิน มีพื้นที่ว่างเป็นทางเดินแคบๆ รอบบ้าน ซึ่งไม่ถูกใช้ประโยชน์มากนัก บ้านทรง L-Shape จึงตอบโจทย์การนำพื้นที่เหล่านั้นมารวมกันได้ขนาดใหญ่ขึ้น เกิดพื้นที่ใช้งานที่น่าสนใจกว่าเดิมนั้นเอง ต้องคิดตามดูผลตอบรับว่าจะเป็นอย่างไรกันต่อไป

การันตีความใส่ใจในการออกแบบ ความเป็น คุณภาพบ้าน ของแบรนด์ แสนสิริ ด้วยรางวัล “The Highly Commended Award for Architecture Multiple Residence” จากการจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยที่มีความสวยงาม สะท้อนถึงรสนิยมในการอยู่อาศัยในระดับสากล โครงการ บ้านแสนคราม หัวหินในงาน Asia Pacific Property Awards 2014 โดย Asia Pacific Commercial Real Estate (APCRE) นิตยสารชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก




ทำเลที่ตั้ง
คุณภาพบ้าน เอพี ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้านทำเลที่ตั้ง สะดวกในการเดินทางการใช้ชีวิตประจำวัน ย่อมเป็นคำตอบในใจที่ผู้อยู่อาศัยทุกคนต้องการ ด้วยความเข้าใจร่วมกันที่ว่า ที่ดินเป็นของจำกัด และความเจริญของเมืองย่อมทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น รูปแบบที่อยู่อาศัยจึงไม่ถูกจำกัดเพียงบ้านแนวราบอย่างบ้านเดียวหรือทาวน์เฮ้าส์ เป็นเหตุผลให้คอมโดมิเนียมเป็นที่นิยมอย่างมากนั้นเอง

ตัวอย่างเช่น หลักการทำโครงการ คุณภาพบ้าน AP ที่เน้นย้ำทำในทำเลศักยภาพเป็นสำคัญ พื้นที่ชุมชนเมือง ศูนย์กลางทางธุรกิจ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย และ AP ก็ได้มองอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของกลุ่มผู้บริโภคในแต่ละไลฟ์สไตล์ด้วย

การันตีความเป็น คุณภาพบ้าน AP ด้วยรางวัล Best Housing Development (Bangkok) จากการออกแบบบ้านตามวิถีการใช้ชีวิตครอบครัวคนเมืองอย่างมีระดับ และโดดเด่นด้านโลเคชั่นใจกลางเมือง โครงการ Soul Ratchadaphisek 68 ในงาน Thailand Property Awards 2014





ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
การอยู่อาศัยใน บ้านคุณภาพ ที่มีความเป็น ชุมชนร่วมกัน มีสิ่งแวดล้อมที่ดี จะนำพาซึ่งความสุขในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง นอกจากจะเป็นบ้านทางทรัพย์สินภายนอกแล้ว ยังเป็นบ้านที่รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นภายในจิตใจด้วย เหมือนภาษาฝรั่งที่ว่า Home มากกว่าคำว่า House

ตัวอย่างเช่น ชุมชนน่าอยู่ ของแบรนด์ LPN ที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขและสังคมที่ดี มีความอบอุ่น ปลอดภัย และรวมทั้งสร้างจิตสำนึกของการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ รวมทั้ง GREEN Design Concept ที่มุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาโครงการสอดคล้องกับมาตรฐาน อาคารเขียว (Green Building) ของสหรัฐอเมริกา (LEED – The Leadership in Energy and Environmental Design)

การันตีความเป็น คุณภาพบ้าน ของแบรนด์ LPN ด้วยรางวัล “อาคารปลอดภัย อุ่นใจทั้งเมือง” ปี 2012 จากความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการความปลอดภัย โครงการลุมพินี เพลส รัชโยธิน และ โครงการลุมพินี เพลส พระราม 9-รัชดา จากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร

ท้ายสุด หากมี Developer เมืองไทยสามารถทำโครงการได้แบบรวม 5 องค์ประกอบนี้เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ การร้องเรียนสคบ. หรือ คาบน้ำตาของผู้ซื้อบ้านที่พบเจอตามหน้า Webboard คงไม่มีให้เห็นอีกเป็นแน่


ขอขอบคุณข้อมูลเนื้อหาดีๆและรูปภาพจาก : TerraBKK.com

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

อะไรบ้างที่ควรเช็คให้ดีก่อนขายโครงการบ้านใหม่ ??

       

อะไรบ้างที่ควรเช็คให้ดีก่อนขายโครงการบ้านใหม่ ??


      ปัจจุบันในตลาดการขายบ้านนั้นมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง เพราะเหตุนั้นถ้าคุณเป็นคนที่คิดจะขายบ้าน ไม่ควรมองข้ามสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเพิ่มมูลค่าให้บ้านของเรา และยังทำให้เราสามารถขายออกได้เร็วมากขึ้น โดยเราควรจะดูแลและบำรุงรักษาให้บ้านอยู่ในสภาพเหมือนกับโครงการบ้านใหม่นั้นเอง และนอกจากนี้เจ้าของบ้านบางรายอาจจะจำเป็นต้องจ้างบริษัทนายหน้ามาเพื่อเป็นผู้ช่วย ในการที่เราจะขายบ้าน แต่ก่อนที่จะนำบ้านของเราขายบ้านทอดสู่ตลาดพวกเขาจะต้องเข้ามาสำรวจสภาพบ้านของเราโดยทั่วเสียก่อน และอาจมีการให้ปรับปรุงบางจุดเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าบ้านเราให้มากขึ้นอย่างเช่น สิ่งที่จะต้องทำต่อไปนี้




ข้อที่ 1. ทำความสะอาดบ้าน
          ความสะอาดนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเราปล่อยให้บ้านรกร้าง หรือเต็มไปด้วยคราบสกปรกและของใช้วางระเกะระกะไปหมดละก็ ทำให้การขายนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้บ้านของเราดูไม่น่าอยู่แล้ว ยังทำให้บ้านดูแคบอีกด้วย และอาจเป็นเพิ่มภาระให้กับผู้ซื้อ ที่จะต้องทำการจัดการปรับปรุงสภาพบ้านใหม่ ดังนั้นแล้วจึงมีความจำเป็นอย่างมากเลยที่เจ้าของบ้านจะต้องจัดการข้าวของให้เรียบร้อย และทำการรักษาบ้านให้สะอาด โดยอาจจะจ้างคนให้มาทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือถ้าอยากประหยัดงบละก็ค่อย ๆ ลงมือทำด้วยตัวเองไปทีละนิดก็ได้เช่นกันคะ

ข้อที่ 2. จัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์
          เจ้าของบ้านหลาย ๆ คนคงคิดว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ชิดฝาผนังนั้น จะช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้ต่างๆ งานให้กับบ้าน และยังลวงตาให้บ้านดูกว้างขวางมากขึ้นอีก แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีนี้อาจจะใช้ไม่ผลนัก เพราะการที่เรานำเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านไปตั้งไว้ชิดกำแพงจะเหมือนไม่มีคนใช้งาน จะทำให้บ้านของเราดูร้าง ไม่มีชีวิตชีวา และไม่ดึงดูดที่จะทำให้ลูกค้าสนใจซื้อ เพราะฉะนั้นเราควรเปลี่ยนจากวิธีดังกล่าวเป็นการนำเฟอร์นิเจอร์ชนิดเดียวกันมาไว้รวมกัน หรือการใช้งานที่คล้ายคลึงกันมารวมไว้ในพื้นที่เดียวกันดีกว่า จะช่วยทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ไม่ร้างจนเกินไป และเป็นสัญลักษณ์ที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นยังพร้อมใช้งานอยู่ด้วยคะ

ข้อที่ 3. ใช้สีพื้นเรียบ ๆ
          ในการเลือกธีมสีให้กับบ้านนั้นควรเป็นสีพื้น ๆ เรียบ ๆ ที่ดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไป อาจอย่างเช่น สีขาว สีเบจ สีครีม โดยสีที่กล่าวมานี้นอกจากจะช่วยให้บ้านดูสะอาดตาและพื้นที่กว้างขึ้นแล้ว ยังสะดวกในด้านการตกแต่งและทาสีใหม่ส่วนอื่น ๆอีกด้วย อย่างเช่น ขอบประตู กรอบหน้าต่าง ๆ หรือคานไม้บนเพดานควรใช้สีเข้มนั้นเอง เพื่อช่วยสร้างความโดดเด่นและดูน่าสนใจ โดยอย่าใช้สีฉูดฉาดมากเกินไปกับบ้านที่เราต้องการประกาศขาย เพราะเจ้าของใหม่จะนำไปปรับปรุงตกแต่งได้ยากกว่าเดิม จนไม่อยากซื้อเลยไปเลยก็ได้คะ

ข้อที่ 4. เพิ่มความสว่าง
          บ้านเราถ้าจะให้ดีควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ และต้องมีระบบถ่ายเทอากาศที่ดี ฉะนั้นแล้วนอกจากการตรวจเช็กตำแหน่งของประตูและหน้าต่างแล้ว เรายังควรเช็กตำแหน่งของหลอดไฟด้วยเช่นกัน โดยตำแหน่งที่เหมาะสมและช่วยให้บ้านสว่างมากขึ้นก็คือ บริเวณมุมอับ รอบ ๆ ห้อง และกลางห้องนั้นเอง ในจุดดังกล่าวนั้นควรมีหลอดไฟที่ให้แสงสว่างทั่วถึงคะ

ข้อที่ 5. การตกแต่งผนัง
          บ้านของเรานั้นมักจะมีล่องรอยการ เจาะ ตอก หรือติดแปะของตกแต่งผนังของอุปกรณ์และของตกแต่งต่างๆ โดยเมื่อราเอาอุปกรณ์หรือของตกแต่งเหล่านั้นออกมาแล้วมักจะมีรอยตำหนิปรากฏอยู่ ในส่วนนี้นี่แหละที่จะทำให้ราคาบ้านลดลงไปมาก ดังนั้นก่อนที่เราจะประกาศขายควรตกแต่งผนังห้องของบ้านให้เหมือนเดิมเสียก่อน ทั้งรอยตะปู กาว น็อต เป็นต้น นอกจากเราอาจจะเปลี่ยนตำแหน่งของตกแต่งให้อยู่สูงขึ้น เพื่อดึงดูดสายตาและความสนใจให้ไปที่ภาพมากกว่ารอยตำหนิต่างๆ ที่บริเณหลังห้องของเรา หรือไม่อย่างนั้น ก็ตกแต่งจุดบกพร่องเหล่านั้นเสียใหม่ให้หมด ให้ไม่มีร่องรอยก็ได้เช่นกันคะ

ข้อที่ 6. เพิ่มสีเขียว
          การที่เราจะเพิ่มสีเขียวให้กับบ้านนั้นก็จะมีการปลูกต้นไม้ หรือตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้ให้ผลดีกับการขายบ้านมาก ๆ ด้วย เพราะสีสันต่าง ๆ ของต้นไม้ที่เราปลูกนั้นเมื่อนำมาวางไว้ในบ้าน ช่วยให้ผู้ซื้อรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย และใกล้ชิดกับบ้านมากยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้ในการตกแต่งก็ไม่ต้องจำเป็นต้องใช้ดอกไม้ราคาแพงมากนั้น เพียงแค่นำดอกไม้ตามฤดูนั้นๆ ปักใส่แจกัน หรือไม่ก็นำไม้พุ่มเล็ก ๆ มาวางไว้ก็น่าจะพอแล้ว แต่ถ้าหากสามารถตกแต่งให้สวนสวยได้ ก็จะช่วยดึงดูดผู้ที่จะซื้อได้มากขึ้น อย่างเช่น ลองปูหญ้าหรือปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาสักหน่อยก็ได้คะ

ข้อที่ 7. จัดห้องให้น่านอน
          ในส่วนของห้องนอนเราควรที่จะเลือกสีอ่อน ๆ เพื่อให้พอเหมาะกับการพักผ่อน หรือเราอาจจะใช้วิธีการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนอนแทนก็ได้ ก็อย่างเช่น พวกตู้เสื้อผ้า เตียงนอน โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ โดยเราควรเลือกแบบเรียบ ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีลวดลายมากนัก เพราะความชอบของลูกผู้ซื้อนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นเลือกแบบกลาง ๆ เอาไว้ก่อนจะดีกว่า นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่ใจกับการจัดวางและตกแต่งให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน จะได้ดูน่าอยู่และดึงดูดลูผู้ที่จะมาซื้อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นนะคะ

ข้อที่ 8. ปรับปรุงให้เสร็จก่อนขาย
          ถ้าหากภายในบ้านมีบางจุดหรือสิ่งของที่อยู่ในช่วงทำเรากำลังปรับปรุง อย่างเช่น ต่อเติมห้อง ตกแต่งเพิ่มเติม เราควรดำเนินให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนประกาศขายคะ เพราะในช่วงการปรับปรุงคงเป็นภาพที่ไม่น่าดูสำหรับผู้ซื้อสักเท่าไหร่นะคะ และที่สำคัญจะทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่า บ้านเก่ากว่าความเป็นจริงคะ รวมถึงส่งผลให้ขั้นตอนการซื้อขายเป็นไปได้ยาก และใช้เวลานานขึ้นคะ

ทางเว็บ รอบรู้เรื่องบ้าน,โครงการบ้านใหม่ ขอขอบคุณภาพประกอบจากภ istockphoto.com

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

เทคนิคขายบ้านให้ได้ราคาดี

ขายบ้านได้ไวและราคาดี



เทคนิคขายบ้านให้ได้ราคางาม
เนื่องจากบ้านเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง การจะขายบ้านให้ได้สักหลังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว แต่หากเรามีเทคนิคในการขายบ้านนั้น ก็อาจจะทำให้ขายบ้านได้ง่ายขึ้นและยังขายได้ราคาดีอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราก็นำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ขายบ้านได้เร็วและได้ราคามาฝากกันค่ะ

เตรียมความพร้อมของบ้าน
บ้านที่จะออกประกาศขายนั้นได้จะต้องมีความพร้อม ไม่ว่าจะในด้านของความสวยงาม สภาพบ้านหรืออาจจะกล่าวได้ว่าบ้านจะต้องเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง ถึงจะขายได้นั่นเอง โดยการเตรียมความพร้อมให้กับบ้านไม่ยากอย่างที่คิด แค่ทำความสะอาด จัดบ้านให้ดูสวยในทุกมุมและซ่อมแซมในส่วนที่ชำรุดเสียหาย แค่นี้บ้านของคุณก็พร้อมที่จะขายแล้วล่ะ


กำหนดราคาให้เหมาะสม
ราคาที่จะขายนั้นจะต้องเป็นราคาที่เหมาะสมโดยต้องคำนึงถึงราคาตลาดในขณะนั้นด้วย และจะต้องไม่แพงเกินไปและต้องเหมาะสมกับสภาพของบ้านด้วยนั่นเอง ซึ่งวิธีตีราคาบ้านนั้นก็ไม่ยากเลย แค่ลองสำรวจราคาบ้านในละแวกใกล้ๆ ที่ประกาศขายอยู่ และนำมาเทียบกับบ้านของตัวเองดู โดยไม่ให้สูงหรือต่ำจนเกินไป แค่นี้ก็ได้ราคาบ้านแล้ว

หาช่องทางการขาย
ในปัจจุบันการขายสามารถขายบ้านได้หลากหลายช่องทางด้วยกัน ไม่ว่าขะเป็นการติดป้ายประกาศ ขายทางอินเตอร์เน็ตหรือขายผ่านนายหน้า ซึ่งหากคุณมีเวลาและมีงบประมาณมากพอ แนะนำให้ขายทุกวิถีทางเลยค่ะ แล้วคุณจะขายบ้านได้เร็วขึ้นแน่นอน


เสริมโปรโมชั่นให้น่าสนใจ
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างชอบโปรโมชั่นกันทั้งนั้น ลองเสริมโปรโมชั่นให้กับการขายบ้านของคุณดูสิ รับรองว่าจะมีคนมาสนใจเยอะแน่นอน เช่น ซื้อบ้านภายในตอนนี้แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน หรือฟรีค่าโอน เป็นต้น เท่านี้ก็นั่งรอลูกค้ามาติดต่อได้เลยค่ะ แต่ทั้งนี้การเสริมโปรโมชั่นก็ต้องดูที่ไม่ทำให้ตัวเองขาดทุนด้วยนะคะ

สำรวจจุดเด่นของบ้านให้พร้อมรับการต่อรอง
ผู้ขายก็ต้องอยากจะได้กำไร ส่วนผู้ซื้อก็อยากจะได้ของถูก ดังนั้นแน่นอนว่าเมื่อคุณขายบ้านคุณจะต้องเจอกับศึกการต่อรองราคากับลูกค้าแน่นอน เพราะฉะนั้นเรามาสำรวจจุดเด่นของบ้านเพื่อเตรียมตัวรับมือกับการต่อรองกันดีกว่าค่ะ โดยให้คุณงัดจุดเด่นทั้งหมดของบ้านขึ้นมาพูด ก็จะทำให้ลูกค้าไม่กล้าต่อรองแล้วล่ะ หรือไม่งั้นก็อาจจะตั้งราคาขายเผื่อการต่อราคาไว้ด้วยก็ได้เหมือนกันจะได้ตกลงราคากับลูกค้าได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

อยากขายบ้านให้ได้ราคาและขายได้เร็ว ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองว่าคุณจะขายบ้านได้อย่างทันใจแน่นอน แถมยังได้ราคาดีด้วยนะ