แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตัดสินใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตัดสินใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไขข้อสงสัย ลูกค้ายุคใหม่เอาใจยาก

ลูกค้ายุคใหม่เอาใจยาก


           ในอดีตการทำธุรกิจที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ขายจะมีหน้าที่เพียงสร้างบ้านหรือคอนโดให้เสร็จ จากนั้นก็ทำการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าโดยนัดกันไปโอนที่กรมที่ดิน แค่นี้ก็ถือว่าการค้าขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้จบลงแล้ว ผู้ขายได้รับเงินส่วนที่เหลือ ส่วนผู้ซื้อมีความสุขแค่ซื้อบ้านและได้บ้าน

           จากนั้นถัดมายุคหลังปี 2540 ที่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ผู้ซื้อบ้านไม่ได้บ้านกันมากมาย บริษัทผู้ขายล้มละลายและหนีหายไปกับวิกฤตเศรษฐกิจ ธุรกิจอสังหาจึงได้เข้าสู่ยุคบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย ตามสโลแกนของพี่บิ๊กแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ “บ้านไม่ได้เห็นอย่างซื้อ”  วงการอสังหาริมทรัพย์ ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ได้เปลี่ยนไปเป็น นอกจากจะซื้อขายบ้านที่เสร็จแล้วเท่านั้น ผู้ซื้อยังเลือกสรรไปถึง สภาพของโครงการ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งสโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนท รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในโครงการ ดังนั้น ความต้องการสินค้าอสังหาของผู้ซื้อจึงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เป็นความต้องการบ้านหรือคอนโด ที่รวมไปถึงสภาพแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในโครงการที่ตัดสินใจซื้อด้วย

           จากปี 2540 ถึงปัจจุบัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งของ มาตรฐานการซื้อขายสินค้าประเภทนี้ของผู้บริโภค เพราะปัจจุบัน สังคมของเราได้เข้าสู่ยุค ดิจิตอล ออนไลน์แบบเต็มรูปแบบแล้ว บางครั้งลูกค้าก็มีข้อมูลสินค้าของบริษัทและสินค้าของคู่แข่ง รวมถึงข้อมูลความเจริญเติบโตของทำเลที่หาซื้อขายบ้านและคอนโด มากกว่าพนักงานบริษัทเสียอีกนี่ยังไม่รวมถึงการที่ลูกค้ารู้ปัญหาความผิดพลาดต่างๆของการดูแลลูกค้า รวมถึงมาตรฐานของการใส่ใจดูแลลูกค้าของบริษัทอย่างละเอียดลึกซึ้ง สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้มุมมองของมาตรฐานการเลือกซื้อสินค้าและบริการในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของลูกค้ามีรายละเอียด ความต้องการและคาดหวังการบริการจากบริษัทที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก วันนี้เรามาดูกันครับว่าลูกค้ายุคใหม่นี้ เวลาเขาหาซื้อบ้านและคอนโดเขามีเช็คลิสในการคัดกรองคุณภาพสินค้าและบริการอย่างไรบ้าง

1. ลูกค้ายุคใหม่อยากรู้ทุกอย่าง
           หมดยุคที่เว็บไซต์ของบริษัท ที่มีแค่รูปบ้านสวยๆ พร้อมราคาและ โปรโมชั่น เท่านั้น เพราะลูกค้าของคุณต้องการข้อมูลทุกด้านทุกมุม ที่เกี่ยวข้องกับ ทำเล โครงการ และ ตัวบ้านหรือห้องพัก ในลักษณะการรีวิวให้รายละเอียดอย่างตรงไปตรงมา ครบถ้วน ไม่ใช่แค่คำโฆษณาสวยหรู และยิ่งไปกว่านั้น คือ ข้อมูลที่มาในรูปแบบของวิดีโอ มากกว่าข้อความให้อ่านยาวๆ ดูจะได้รับความสนใจจากลูกค้ายิ่งขึ้น สำหรับในหัวข้อนี้ประเด็นก็คือถ้าบริษัทไม่มีข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ลูกค้า ลูกค้าก็จะเสาะแสวงหาข้อมูลแบบนี้จาก เว็บไซด์อื่น รวมถึงของคู่แข่งด้วย ซึ่งแน่นอน โอกาสที่ลูกค้าจะได้เห็นข้อมูลในด้านลบของบริษัทจากแหล่งอื่นก่อนข้อมูลด้านดีและถูกต้องจากบริษัทย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา

2. ลูกค้าต้องการความสนใจและรับมอบสิทธิพิเศษ ที่เหนือความคาดหวังแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยจากบริษัท
           การตอบข้อซักถามของลูกค้าทางออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ การบริการที่ดีเยี่ยมของพนักงานขายที่โครงการ ถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บริษัทชนะใจลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าบอกต่อ นี่ยังไม่รวมถึงโปรแกรมส่งเสริมด้านการขายเล็กๆน้อยๆ สำหรับลูกค้าใหม่ที่เข้าเยี่ยมชมโครงการหรือดูข้อมูลสินค้าทางเว็บไซด์ของบริษัท รวมไปถึงโปรแกรม ดูแลสินค้าหลังการขายและ CRM สำหรับลูกค้าที่ซื้อแล้วแบบเหนือความคาดหวัง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นวิธีการที่ดีที่จะสามารถมัดใจลูกค้าและได้รับการ เผยแพร่ ออกไปใน Social Media แบบไม่ต้องให้เสียงบประมาณโฆษณาเลย

3. ลูกค้ารุ่นใหม่ใจร้อนและไม่ชอบที่จะรออะไรนานๆ
           การดูแลต้อนรับที่สำนักงานขาย การตอบสนองแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆในสินค้าแบบรวดเร็วทันใจ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการมัดใจลูกค้าทีเดียว โดยเฉพาะสินค้าประเภทนี้ที่ลูกค้าใช้งานสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้าอีกด้วย ดังนั้นเวลาจึงเป็นตัวแปลสำคัญที่มีผลต่อความพอใจของลูกค้า บางครั้งมากกว่าคุณภาพและค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต้องจ่ายเสียอีก ดังนั้นการดูแลก่อนและหลังการขายจึงไม่ใช่แค่ดูแลแต่ต้องหมายถึงความรวดเร็วทันใจเพื่อให้ถูกใจลูกค้ายุคใหม่นี้

4. ลูกค้าต้องการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทและสินค้าที่ตนเองซื้อจากมือถือ

           การมี Application ที่สามารถทำให้ลูกค้าได้เข้าถึงข้อมูลและบริการทุกด้านของบริษัทจากเครื่องมือแบบ Smart phone ดูจะเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับลุกค้ายุคนี้ การที่บริษัทมีพียง เว็บไซด์อย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลให้ลูกค้าเกิดความพอใจในการติดต่อกับบริษัทในเรื่องต่างๆ

5. ลูกค้าต้องการแชร์ข้อมูลดีๆ
           ด้วยพฤติกรรมของลูกค้ายุคใหม่ที่ต้องการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นทางสื่อ Social Media ทำให้ข้อมูลดีๆมีประโยชน์ต่อลูกค้าและกลุ่มเพื่อนฝูงของลูกค้ามีความสำคัญที่จะส่งเสริมให้ลูกค้ารับข่าวสารและแชร์ต่อในแวดวง Social Media ของลูกค้า บริษัทในยุคของปัจจุบันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดหาผลิต content ดีๆมานำเสนออยู่เสนอในสื่อ Social ทั้งหลายแหล่ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะรวมไปถึงการบริการดีๆหรือโปรโมชั่นโดนๆสุดประทับใจที่บริษัท surprise ให้กับลูกค้า เพราะแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ภายในวันเดียวทั่วทั้งสังคม online ก็รับรู้และแชร์ต่อกันทั่วแล้วครับ

           ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบนี้ของผู้บริโภคเราคงเห็นว่า ต้นทุนทางธุรกิจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เรียบง่ายแค่ค่าก่อสร้างบ้านหรือคอนโดและค่าพัฒนาสาธารณูปโภคอีกแล้วครับ เพราะต้นทุนที่แท้จริงคงต้องรวมค่าใช้จ่ายในการบริการหลังการขายที่รวดเร็วและค่าดูแลโปรแกรม online ต่างๆที่จะทำให้ลูกค้ามีความประทับใจและบอกต่อ แต่ยังไงก็ตามบริษัทควรคิดเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการสร้างแบรด์ที่แต่เดิมมุ่งเน้นที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อหลักเท่านั้น เผลอๆค่าใช้จ่ายรวมทางการตลาดอาจลดลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหลายเท่าก็ได้นะครับ เพราะการลงทุนกับลูกค้ามักจะเพิ่มค่าทวีคูณในระยะยาวเสมอ

ที่มา home.co.th

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

10 เหตุผลดีๆที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโครงการที่คุณขาย

10 เหตุผล ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโครงการที่คุณขาย 

        คำถามที่ผมมักจะได้เจอเมื่อเริ่มทำโครงการใหม่ คือ ควรจะทำโครงการยังไงให้ขายได้และขายดี จากคำถามนี้ในฐานะนักการตลาดของอสังหริมทรัพย์ ทิศทางของคำตอบนั้น คงเป็นต้องทำโครงการให้ตรงกับความต้องการของผู้ที่กำลังหาซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ จนไปถึงการหาเหตุผลที่ผลักดันลูกค้าเหล่านี้ให้หาที่อยู่อาศัยใหม่ การค้นหาคำตอบนี้ ก็คงจะรวมไปถึงการหาเหตุผลดีๆในจุดสุดท้ายของลูกค้า ที่ทำให้ผู้หาซื้อขายบ้านทั้งหลายจะตัดสินใจ เลือกโครงการของเราในวันนี้ โดยไม่ต้องรอไปแสวงหา โครงการของคู่แข่งอีกต่อไป ดังนั้นหลักการที่ผมจะเขียนในตอนนี้ ก็คงไม่ใช่เพียงแค่แนวคิดในการพัฒนาโครงการแบบกว้างๆอย่างเดียวครับ แต่คงเป็นกลยุทธ์หลัก ที่จะช่วยในทีมการตลาดและการขายสามารถออก Campaign โฆษณาและรายการโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยนี่คือ

1.ความรัก ความอบอุ่น เพื่อครอบครัว ภาพความประทับใจเหล่านี้ถือเป็น อารมณ์ทางด้านบวกที่มักจะจูงใจลูกค้าให้อยากได้เสมอ อารมณ์รัก ความสุข และเสียงหัวเราะ สิ่งที่นักการตลาดอย่างเราต้องทำก็คือ สร้างภาพลักษณ์ของโครงการที่จะสามารถตอกย้ำ การแสดงออกถึงของความรัก ความห่วงใยที่ผู้ซื้อมีให้กับครอบครัวของตัวเอง

2.ปกป้องให้กับความปลอดภัย ปราศจากความกังวลใจทั้งมวล นี่คงเป็นเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ผลักดันลูกค้าในออกมาหาซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ความไม่ปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและสมาชิกภายในครอบครัวเป็นเหตุผลที่ดีที่ลูกค้าเลือกโครงการใหม่ที่แก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ให้เค้าได้ ดังนั้นเราจะต้องแสดงให้ลูกค้าเห็นว่า สินค้าของเรานั้นสามารถแก้ไขหรือป้องกันไม่ให้ลูกค้ามีความรู้สึก ที่การกลัวโดนหลอก ไม่ปลอดภัย ลังเลสงสัย ไม่สบายใจ

3.ส่งเสริมระดับฐานะ High Status อีกสิ่งหนึ่งที่เคียงคู่กับสินค้าประเภทนี้และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ลูกค้าอยากมีบ้านใหม่คือ บ้านใหม่จะสามารถส่งเสริมสถานะทางสังคมของตัวลูกค้าทางด้านไหน คือ มีฐานะขึ้น มีสไตล์ขึ้น มีความน่าเชื่อถือขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ลูกค้าอยากเปลี่ยนที่อยู่อาศัยใหม่

4.ใครๆก็ซื้อที่นี่ What others want หลายครั้งที่ภาพลักษณ์ของโครงการหรือ การออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าไปผูกติดกับภาพลักษณ์การขายดีของโครงการในวันเปิดการขาย หรือชื่อเสียงของผู้ที่จะตัดสินใจซื้อหรือเป็นลูกค้าของโครงการ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ในบางครั้งเกิดความมั่นใจภายในโครงการเพียงเหตุผล เพราะโครงการนี้ใครๆก็ซื้อ หรือ presenter คนมีชื่อเสียงที่ตัวเองชื่นชอบ บอกว่าที่นี่ดีหรืออยู่ที่นี่

5.Function การตกแต่งที่บ่งบอกว่าใช่เลย ที่แหละบ้านในฝัน ลูกค้ามักจะมีภาพของบ้านในฝันเป็นของตัวเองเสมอและที่สำคัญ จะต้องมีความต้องการ Function การออกแบบบ้านที่ตอสนองความต้องการของตัวเอง  แบบว่านี่แหละบ้านที่ชั้นอยากได้มาทั้งชีวิต ดังนั้น บ้านตัวอย่างหรือห้องตัวอย่าง รวมทั้ง function ที่จะตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า คือ เป้าหมายมีความสำคัญที่จะทำให้ลูกค้านั้น ตัดสินใจเลือกโครงการของเรา การดีไซน์ออกแบบตกแต่งภายในของบ้านที่สะท้อนตัวตนจริงๆของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีรายละเอียดในการใช้สอยภายในบ้านของครอบครัว เหล่านี้ล้วนจะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่เป็นจะประเด็นสำคัญที่จะนำไปสู่ความชอบใจของลูกค้าที่มีต่อโครงการของเรา

6.ต้องแย่งกัน จำกัดของที่มีสินค้า มักจะมีค่าขึ้นก็ต่อเมื่อต้องแย่งกันครับ เรื่องนี้ถือเป็นกลยุทธ์พื้นฐาน ที่ทุกโครงการได้นำมาใช้ในการเปิดโครงการบ้านใหม่ โดยมีเวลาและวันที่แน่นอนเพียงวันเดียวในการเปิดลงชื่อจองโครงการ ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้มีเรื่องเดียวครับ คือจำนวนของลูกค้าที่แวะชมโครงการในวันนั้นต้องมากกว่าสินค้าที่จะเสนอขาย เพราะสิ่งนี้เองจะสามารถสร้างสถานะการณ์ที่บังคับให้ลูกค้าตัดสินใจเพื่อให้ได้ห้องหรือบ้านในตำแหน่งทำเลที่ตนเองต้องการ เนื่องจากสินค้าอสังหา มีลักษณะเฉพาะตรงความไม่เหมือนกันของสินค้าในมิติของทำเลครับ

7.พิเศษจากแดนไกล สไตล์ล้ำสุดๆ การชักจูงในลักษณะนี้ มักเกี่ยวข้องกับการพูดถึงสไตล์ของบ้านการตกแต่งบ้าน การออกแบบโครงการที่อ้างอิง ผู้ออกแบบ หรือสไตล์การออกแบบจากต่างประเทศ เช่นอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา เพราะลูกค้ามักได้ปลื้มกับสินค้าที่เป็นของต่างประเทศเสมอ และเรื่องนี้มักสะท้อนรสนิยมอันเลิศหรูของลูกค้าซึ่งลูกค้าต้องการบอกให้แวดวงสังคมและหมู่เพื่อนฝูงรับรู้ครับ

8.รายการพิเศษแห่งปี ความน่าสนใจในสินค้าจะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้ารับรู้ว่า การซื้อสินค้าในวันนี้ เป็นการซื้อที่ได้ Deal ที่ดีที่สุดซึ่งถูกเสนอขึ้นเฉพาะลูกค้าจริงๆ และเป็นโอกาสสำคัญที่ไม่มีอีกแล้ว เรื่องนี้เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่จะเรียกลูกค้าจำนวนมากเข้าโครงการ เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการซื้อโครงการ

9.ดีกว่าคู่แข่ง หลายครั้งลูกค้าแวะมาดูโครงการเราเพราะโครงการคู่แข่งออก Campaign เรียกลูกค้า กลยุทธ์นี้ถือมีความจำเป็นมากสำหรับการแข่งขันครับ เราจำเป็นต้องรู้ว่าใครคือคู่แข่งของเรา เขาอยู่ที่ไหนใกล้กว่าหรือไกลกว่า มีข้อด้อยในเรื่องทำเลอย่างไร อย่าลืมว่า การซื้อบ้านเรื่องทำเลมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ เขาให้สินค้าอะไร ในราคาที่เท่ากับเราหรือถูกกว่าเรา ขนาดของบ้าน ขนาดของห้อง จำนวน Function ในบ้าน ขนาดพื้นที่ ตร.ว. สเปควัสดุที่ให้ สภาพโครงการ ส่วนกลางที่ให้ สโมสร ชื่อเสียงของบริษัท ผลงานที่ผ่านมาในอดีต เราคงต้องคิดแบบลูกค้าครับว่า ถ้าจะให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกเราแทนคู่แข่งเราต้องนำเสนออะไรที่มากกว่า

10.วันนี้ พิเศษสุด เช่น ข้อเสนอพิเศษ ราคาพิเศษ แปลงสวยที่สุด ลูกค้าเสียประโยชน์อะไร เช่น ได้ราคาใหม่แพงขึ้น แปลงที่ดูไว้ถูกคนซื้อไป ไม่ได้ Promotion นี่เป็นกลยุทธ์สุดท้ายที่จะปิดการขายลูกค้าครับ ลูกค้าต้องรู้ว่าถ้าเค้าไม่ตัดสินใจวันนี้ เค้าจะเสียโอกาสที่ดีๆอะไรบ้าง
ในสถานะการณ์การขายที่ยากลำบากขึ้นสำหรับปีนี้ หวังว่าเหล่านักการตลาดและผู้ทำโครงการทั้งหลายคงจัดหา Campaign ดีๆมานำเสนอเพื่อให้ชนะใจลูกค้านะครับ

ที่มา home.co.th

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

6 ขั้นตอนเก็งกำไรอสังหาฯ หนทางรวยไวแบบไม่เสี่ยง

6 ขั้นตอนเก็งกำไรอสังหาฯ หนทางรวยไวแบบไม่เสี่ยง

เมื่อพูดถึงการเก็งเอากำไรอสังหาริมทรัพย์หลายท่านคงนึกถึงภาพการทำเงินช่วงสั้น ๆ แบบจับเสือมือเปล่าทั้งที่รู้ว่ามีความเสี่ยงสูงปรี๊ด มักทำกันโดยอาศัยการปั่นราคา ปล่อยข่าวลือ แย่งซื้อใบจองมาขายต่อ หรือการเอาเปรียบคนอื่นกัน

แต่สำหรับการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ แนวคิดแบบใหม่ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จะมีรูปแบบและวิธีการที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคยกันแต่เดิมค่อนข้างมาก แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอยู่เลย

ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่าจะมีการนำเอาแนวความคิดในการลงทุนและการเงินสมัยใหม่เข้ามาใช้ผสมผสานร่วมด้วย จนแปรเปลียนสภาพมาเป็นกลยุทธ์ทำเงินในระยะสั้นแต่ให้ผลตอบแทนได้ดี รวดเร็วทันใจและที่สำคัญก็คือ ความเสี่ยงต่ำมาก เปรียบเทียบกันแล้วจะน้อยกว่าการลงทุนโดยทั่วไปด้วย เพราะถือว่าสั้นกว่าในการทำธุรกรรมเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับความผันแปรของเศรษฐกิจใดๆ

ปัจจุบันการเก็งกำไรในรูปแบบใหม่นี้ กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบความสำเร็จไวๆ และต้องการรวดเร็ว ซึ่งในต่างประเทศถึงขั้นมีการสอน จัดฝึกอบรมและแต่งหนังสือกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่น่าเสียดายที่ว่า สำหรับในเมืองไทยเราแล้วเรื่องเหล่านี้ยังถือเป็นของใหม่ที่มาก

ทั้งนี้หลักคิดที่มีการเผยแพร่กันออกมาอย่างในต่างประเทศจะมีอยู่หลายรูปลักษณ์ด้วยกัน เช่น บางค่ายก็จะออกมาเป็นเทคนิคของการลงทุนแบบจับเสือมือเปล่าโดยอาศัยเงินของคนอื่น (Investing In Real Estate with OPM) บ้างก็เป็นเทคนิคที่ทำให้ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ (Nothing Down Techniques) และในระยะหลังที่ฮือฮากันอย่างมาก ก็คือ ประยุกต์เป็นเทคนิคของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรภายในวันเดียวกัน (Real Estate Day Trading) ทำไม่ต่างอะไรกับการซื้อขายหุ้นอย่างไรอย่างนั้น

โอกาสนี้เลยจึงขอหยิบยกหลักคิดและวีธีของการเกร็งกำไรของแนวคิดใหม่นี้มาเจาะลึก เพื่อจะได้มาดูกันอย่างจะจะเลยว่าเขาทำกันอย่างไร ทำไมจึงให้ผลตอบแทนที่ได้ดีและไว และมีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งหลักปฏิบัติในการเก็งกำไรแบบแนวคิดใหม่ปกติจะมีขั้นตอนดำเนินการหลัก ๆ อยู่ด้วยกัน 6 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเป้าอสังหารริมทรัพย์ที่จะเก็งกำไร

ถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด เนื่องจากถ้าหากไม่มีการกำหนดเป้าไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นก็จะไม่ต่างอะไรกับการที่ยิงปืนออกไปโดยไม่มีจุดหมายใด ๆ หรือเป็นการทำไปอย่างไร้ค่า และหากฝืนยิงกระสุนออกไปก็จะมีแต่เจ๊งกับเจ๊งเท่านั้น

สิ่งที่ต้องควรนึกคิด ก็คือไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทหรือทุกชิ้น ที่จะสามารถนำมาเก็งกำไรได้ แต่จะมีเพียงอสังหาริมทรัพย์บางอย่างที่เหมาะสมกับการเก็งกำไรเท่านั้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญก็คือจะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาวะคล่องสูง มีโอกาสที่จะซื้อได้ต่ำกว่าราคาของตลาด มีกระแสของเงินสดและสามารถเพิ่มค่าในระยะเวลาสั้น ๆ ให้ด้วย

ตัวอย่างอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมกับการเก็งเอากำไร เช่น บ้านเก่าที่ทรุดโทรมแต่อยู่ในทำเลดี หรือที่ดินเปล่าในบริเวณชุมชนหนาแน่น แผงลอยค้าขายและคอนโดฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเป็นอสังหาฯ ที่ซื้อตรงจากผู้มีความจำเป็นต้องรีบขายเท่านั้น

การกำหนดเป้าหมายอสังหาริมทรัพย์ ในการเก็งกำไรอย่างชัดเจนนั้น นอกจากจะช่วยให้งานลำดับอื่น ๆ ทำได้ง่ายและประหยัดเวลาแล้ว ก็ยังสามารถช่วยให้ผู้เก็งกำไรสามารถลงลึกไปในอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ได้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 ค้นหาและสร้างฐานลูกค้าที่จะขายต่อทำกำไร

เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญที่จำเป็นต้องกระทำก่อนตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่นกัน โดยขั้นตอนนี้ถือเป็นกุญแจความสำเร็จของการเก็งเอากำไรเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยให้การเก็งกำไรนั้นประสบความสำเร็จได้ดีแล้ว ยังจะทำให้ความเสี่ยงลดลงด้วย อันเนื่องมาจากทำให้กับมีลูกค้ารอซื้ออยู่ก่อนแล้ว

สำหรับเคล็ดลับที่สำคัญในการหาลูกค้าเป็นอย่างดีเสียก่อน ทั้งนี้ลูกค้าชั้นดี กลุ่มที่ได้รับการยอมรับกันว่า เหมาะสมกับการเก็งกำไรตามแนวคิดนี้มากที่สุดก็คือ “ผู้ซื้อที่กระหายใจในการซื้อ (Motivated Buyer)” ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่ใครที่ไหน แต่จะเป็นกลุ่มของนักลงทุนและนักเก็งกำไรด้วยกันเอง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเป้าหมายการซื้อของกลุ่มนักลงทุนและนักเก็งกำไร ก็คือ การอ้างอิงกับโอกาสที่ทำกำไรเป็นสำคัญ ดังนั้นถ้าหากใครมีอสังหาริมทรัพย์ที่แน่ใจว่า ที่ตรงนั่นเป็นของดีราคาถูกมาขายส่งให้เพื่อไปขายต่อทำกำไร ก็จะตัดสินใจได้ในทันทีโดยไม่ลังเลใดๆ แถมกำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ยังพิเศษกว่าลูกค้ากลุ่มอื่นตรงที่จะมีอย่างเหลือเฟือ คนคนเดียวสามารถซื้อขายบ้านหรือคอนโดฯ ทำกำไรได้ทีเป็น 10 หรือ 20 หลัง หรือบางทีมากกว่านนี้ก็ยังเป็นไปได้

คนทั่วไปมักคิดว่าลูกค้ากลุ่มนี้หายาก ไม่รู้ว่าจะหาผู้ซื้อที่กระหายจะซื้อกลุ่มนี้ได้ที่ไหน แต่จริง ๆ แล้วลูกค้าประเภท Motivated Buyer กลุ่มนี้จะหาได้ง่ายมากหากสามารถเข้าได้ถูกที่และถูกทาง

ซึ่งโดยปกติแล้วสถานที่ที่จะเป็นแหล่งรวมของลูกค้ากลุ่มนี้ไว้จำนวนมากก็คือตามชมรมหรือสมาคมผู้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในโฮมเพจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือในงานการประมูลขายอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 3 ค้นหาและเข้าถึงผู้ขายอสังหาริมทรัพย์

เมื่อหาและสร้างฐานของลูกค้าได้มากพอแล้วขั้นตอนถัดมาก็คือการค้นหาอสังหาฯ พื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นของดีราคาถูกมาป้อนให้กับกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อเหล่านี้ ซึ่งทำได้โดยจากการสอบถามและวิเคราะห์ความต้องการของตัวลูกค้าที่มีอยู่ให้ทราบแน่ชัดตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วจึงค่อยล่าหาอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการมาป้อนให้ลูกค้าเหล่านี้ต่อไป

จะเห็นได้ว่าภารกิจของการเก็งราคากำไรตามแนวคิดใหม่นี้จะเป็นการ “เซาะหาอสังหาริมทรัพย์มาป้อนให้กับผู้ซื้อ” ที่ตัวเรารู้ความต้องการของลูกค้าอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งการดำเนินการจะง่ายกว่าการเก็งกำไรรูปแบบเก่ามากที่เป็นการ “หาผู้ซื้อมาป้อนให้กับอสังหาริมทรัพย์”

อย่างไรก็ดีการล่าหรือแสวงหาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น “ของดีราคาถูก” นั่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ซึ่งเคล็ดลับความสำเร็จอยู่ตรงที่ต้องหาและติดต่อซื้อขายโดยตรงจาก “ผู้ขายที่จำเป็นจะต้องรีบขาย (Motivated Seller)” เพียงเท่านั้น หากไปซื้อจากผู้ขายที่เป็นคนรวยและไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินแล้ว ยังไงก็จะไม่มีทางได้ของดีและต่อรองราคาใด ๆ ได้เลย

ซึ่งปกติผู้ขายที่จำเป็นต้องรีบขาย ได้แก่ คนที่กำลังมีปัญหาทางการเงิน คนที่กำลังถูกฟ้องร้องครอบครัวที่หย่าร้าง หรือหัวหน้าครอบครัวพึ่งเสียชีวิต คนที่มีปัญหาสุขภาพ คนที่กำลังย้ายงานหรือเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่เสียหายจากภัยต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ฟ้าผ่า ฯลฯ และเจ้าของไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะซ่อมแซมเองได้

ขั้นตอนที่ 4 จัดการเงินดาวน์และแหล่งเงินทุนที่ใช้เก็งกำไร

เงินดาวน์จัดเป็นเงินที่จ่ายออกที่สำคัญที่สุดสำหรับการเก็งเอากำไร ดังนั้นหลักคิดการเก็งกำไรแนวคิดใหม่จะเน้นการใช้เงินดาวน์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ยิ่งใช้น้อยเท่าไหร่ถือว่ายิ่งดีเท่านั้น โดยดีที่สุดก็คือไม่ต้องใช้เงินดาวน์ใด ๆ เลย ถือว่าเป็นการจับเสือด้วยมือเปล่าอย่างเต็มรูปแบบสำหรับหลักคิดในการไม่ต้องใช้เงินดาวน์นี้สามารถทำได้ไม่ยาก โดยอาศัยกลยุทธ์จากการเงินและการเจรจาต่อรองเข้ามาร่วมผสมผสานกัน ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีออกมาหลายรูปแบบด้วยกัน

ตัวอย่างกลยุทธ์ช่วยให้ไม่ต้องดาวน์ เช่นเจราต่อรองขอเครดิตจากผู้ขาย นำอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อขายกันมาค้ำต่อ หรืออาจตัดขายบางส่วนออกโดยยืมค่านายหน้ามาใช้ก่อน แล้วค่อยใช้กลับคืนให้ในภายหลัง เจราจากกู้ยืมเงินจากธนาคาร หยิบยืมจากญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือใช้ออพชั่น (Option) เข้ามาช่วย เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 5 ถือรอดำเนินการ

แล้วเมื่อพบเจออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของดีและราคาถูกแล้ว แม้จะมีผู้ซื้อรออยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถจับคู่ให้เกิดการซื้อขายได้เลยในทุกกรณี ส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องถือระยะหนึ่งก่อนเพื่อรอการดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น เข้าเคลียร์แก้ไขบ้านหรือทำให้อสังหาริมทรัพย์หลังนั้นกลับมาดูดีและเพิ่มค่าก่อน อาจจะต้องมีการซ่อมแซม ทาสีและทำความสะอาดอื่นๆ รวมกระทั้งถึงการจัดเตรียมสัญญาซื้อขายให้พร้อมเสียก่อน

ซึ่งในระหว่างถือครองรอนี้หากบริหารจัดการไม่ดีก็จะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้ง่าย ๆ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดจำเป็นต้องวางแผนในเรื่องนี้เนิ่น ๆ ตั้งแต่แรก โดยเน้นเลือกเก็งกำไรกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ดี เพื่อจะได้มีกระแสเงินสด (Cash Flow) มาช่วยในระหว่างถือครองได้ด้วย

ขั้นตอนที่ 6 ขายทำกำไร (Profit Taking)

ถือเป็นภารกิจสุดท้ายในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่างๆจากการเก็งกำไรและจับเสือด้วยมือเปล่า กฎทองง่าย ๆ ในส่วนนี้ก็คือต้องพยายยามขายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เงินในการเก็งกำไรเพิ่ม

แม้ตามแนวคิดเก็งกำไรสมัยใหม่นี้จะเน้นการตั้งราคาขายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดเพื่อให้ขายได้เร็ว แต่กลยุทธ์ทางด้านราคาเพียงอย่างเดียวมักยังไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่มักจะจำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์การตลาดเข้ามาเสริมด้วย

การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์แนวคิดใหม่จะมีการนำเอาแนวคิดการลงทุนและการเงินสมัยใหม่เข้ามาใช้ผสมผสานร่วมด้วย จนแปรสภาพมาเป็นกลยุทธ์ทำเงินระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนได้ดี รวดเร็วทันใจ ที่สำคัญคือความเสี่ยงต่ำมากเพราะถือสั้นกว่า ทำให้ธุรกรรมเป็นอิสระไม่ขึ้นกับความผันแปรทางเศรษฐกิจใด ๆ

สำหรับผู้สนใจศึกษาเรื่องเหล่านี้ในรายละเอียดลึกๆ สามารถติดตามอ่านได้จากหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คของอาจารย์อนุชา กุลวิสุทธิ์ เรื่อง "เก็งกำไรอสังหาฯ อย่างมีหลักการ" ตามร้านหนังสือทั่วไป ซึ่งจะเริ่มวางแผงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2558 นี้ เป็นต้นไป


โครงการบ้านใหม่ ติดตามได้ที่ http://home.sanook.com/6591/
ที่มา home.co.th

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สิ่งของ10อย่าง ที่คุณควรตัดใจทิ้งมันไปซะ ก่อนที่บ้านจะรก!

สิ่งของ10อย่างที่ควรตัดใจทิ้งก่อนบ้านรก

เคยหรือไม่ เวลาที่เดินๆ อยู่ในบ้านแล้วเดินสะดุดหกล้มเพราะข้าวของที่วางรก ระเกะระกะ ไม่เป็นที่เป็นทาง หรือมือไม้ก็ไปปัดป้องจนไปโดนของตกหล่นในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ มันสามารถอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ว่า เป็นเรื่องของแรงโน้มถ่วง หรืออีกนัยน์หนึ่งก็คือบ้านหรือห้องของคุณเริ่มมีสิ่งของที่ “มันไม่จำเป็น” เยอะเกินไปแล้วนั่นเอง
ปัญหาดังกล่าวนี้ มักจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเจ้าของบ้านเป็นคน “ขี้เสียดาย” และมักจะคิดว่า “เก็บเอาไว้ก่อน เผื่อจะได้ประโยชน์ใช้วันหลัง” เพราะบรรดาสิ่งของใช้เครื่องเหล่านี้ต่างจากพวกของกินที่มีวันหมดอายุระบุแน่นอน แต่ก็เชื่อเหอะ ของที่อยู่ในรายการต่อไปนี้ หากคุณมันเอาไปรีไซเคิล บริจาค หรือขายต่อนั้น น่าจะมีประโยชน์มากกว่าการที่คุณเก็บเอาไว้ให้เต็มพื้นที่บ้านแน่นอน

สิ่งของ 10 อย่างที่ควรทิ้งมากกว่าเก็บไว้
1. รีโมทเก่าๆ
เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันส่วนใหญ่ที่ซื้อมา ก็มาคู่พร้อมกับรีโมทคอนโทรล ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี บลูเรย์ เครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่เครื่องดูดฝุ่นบางรุ่น แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งมันเกิดชำรุดแตกหัก ก็ไม่ควรที่จะเก็บไว้ นอกเสียจากคุณต้องการเก็บไว้เป็นอนุสรณ์สิ่งเตือนทางใจว่าครั้งหนึ่งเคยใช้โทรทัศน์รุ่นนี้
2. เครื่องครัวที่มีเอาไว้โชว์ มากกว่าใช้
สำหรับคนบางคน การมีเครื่องครัวที่ครบชุด เป็นเรื่องของความรู้สึกทางใจ แต่ถามว่าได้ใช้บ้างหรือไม่ อาจจะต้องใช้เวลานึกคิดย้อนกลับไปนานหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปี ว่าได้ใช้ครั้งสุดท้ายตอนไหน ถ้าคำตอบในใจของคุณตอนนี้ยังคลุมเครือ แนะนำให้ยกให้คนที่น่าจะใช้ประโยชน์ได้มากกว่า เพราะการเก็บไว้นอกจากฝุ่นจะจับแล้ว ของบางอย่าง ยิ่งถ้าเป็นเครื่องไฟฟ้าแล้ว หากไม่ได้ใช้นานๆ มันก็อาจจะเสียได้

3. หนังสือหรือแมกกาซีนที่มีอายุมากกว่า 2 เดือน
หากคุณเป็นนักอ่านตัวยง ปัญหาที่คุณต้องเผชิญพบเจอคือจำนวนหนังสือ-แมกกาซีนที่มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณได้สมัครสมาชิกเพื่ออ่านแบบออนไลน์ไว้ การเก็บแมกกาซีนที่ซื้อไว้ในบ้านทุกเล่มคงไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก ดังนั้น ควรจะคัดแยกเล่มที่คุณคิดว่าชอบที่สุด หรือน่าจะเอากลับมาอ่านซ้ำอีกครั้งไว้ในกล่องหรือในที่ที่มั่นใจว่าจะไม่มีฝุ่นหรือปลวกมารังควานได้ ส่วนที่เหลือ หากไม่ขายต่อร้านหนังสือมือสองหรือชั่งกิโลขาย ก็อาจจะนำไปบริจาคให้กับห้องสมุดชุมชนเพื่อเป็นการแชร์ความรู้ให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านต่อไป
4. กล่องใส่ของหรือขวดที่ไม่มีฝาปิด
หากเหตุผลที่คุณไม่ใช้กล่องหรือขวดนั้นเพราะว่าไม่มีฝาปิด ก็ไม่มีเหตุจูงใจใดๆ ที่คุณจะเก็บมันไว้ให้รกพื้นที่ นอกเสียจากคุณจะมีไอเดียในการนำไปเป็นพร็อพตกแต่งหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น รีไซเคิลซะ

5. เสื้อผ้าเก่าที่ใส่ไม่ได้แล้ว
เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับคุณสุภาพสตรีขานักช้อปทั้งหลาย ที่เพลิดเพลินบันเทิงใจกับการได้อยู่ในกระแสแห่งแฟชั่นเสมอๆ บางรายซื้อจนลืมใส่ก็มี หรือใส่ครั้งเดียวไม่ถูกใจก็ปลดระวางเก็บทิ้งไว้ในตู้ จนนานวันก็จะแน่นล้นออกมากองนอกตู้ก็มี คุณอาจจะคิดว่าเผื่อวันไหนอยากใส่ก็จะได้หยิบมาใส่ เพราะแฟชั่นสมัยนี้บางทีก็มีวนมาเป็นรอบๆ แต่เชื่อเหอะว่าความสุขของคุณคือการได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ดังนั้น เสื้อผ้าเซ็ทเก่าๆ ที่ไม่มีใช้ก็อาจจะไปโพสต์ขายเป็นเสื้อผ้ามือสอง หรืออาจจะไปบริจาคให้กับการกุศลบ้าง น่าจะดีกว่าเก็บไว้จนเหลือง

6. เครื่องสำอางเก่าเก็บ
อีกหนึ่งเคสสำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่เคยหยุดสวย และมักจะหาเครื่องประทินผิว บำรุงความงามให้กับตัวเองอยู่เสมอ จนบางทีมีมากเกินความจำเป็น หันมาดูอีกทีพื้นที่บนโต๊ะเครื่องแป้งไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว ครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางส่วนใหญ่มีอายุของมัน ถ้าเลือกได้ คุณคงไม่อยากจะเอาครีมอายุ 2 ปีมาทาหน้าหรอก ตัดใจทิ้งซะ!

7. รองเท้าเก่า-รองเท้าที่กัด
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าปัญหาของหลายๆ บ้านคือเรื่องชั้นวางรองเท้าไม่เพียงพอกับจำนวนรองเท้าที่มี แต่เชื่อเถอะว่าคู่ที่คุณใส่เป็นประจำน่าจะมีแค่ 2-3 คู่ และในจำนวนนั้นอาจเป็นคู่ที่ใส่เพียงแค่ครั้งเดียวเพราะใส่แล้วถูกกัดหรือไม่สบายเท้า ยิ่งคู่ไหนที่ไม่ได้ใส่นานๆ หากเก็บไม่ดีก็อาจจะเสื่อมไปตามสภาพได้
8.โปสการ์ด/ การ์ดอวยพรต่างๆ
การ์ดอวยพรเป็นหนึ่งในตัวแทนความทรงจำดีๆ ที่มาในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความหมายกับคุณเป็นพิเศษ หากคุณต้องการที่จะเก็บความทรงจำดีๆ เหลานี้ไว้ ก็ให้หากล่องมาใส่ไว้ให้เป็นระเบียบ
9. ร่มที่พังแล้ว
คำถามคือ… เก็บไว้ทำไม? เพราะถึงอย่างไรคุณก็ไม่ได้คิดจะนำร่มที่ด้านหัก สปริงเสียไปซ่อมแทนการซื้อคันใหม่อยู่แล้ว ดังนั้น ทิ้งซะ!
10. ปฎิทินเก่าๆ
นอกเสียจากว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีจนคุณไม่อยากจะโยนทิ้งสิ่งที่เป็นตัวแทนของปีนั้นทิ้ง หลายคนเสียดายรูปสวยๆ ในปฏิทิน หากเป็นกรณีนี้ คงต้องดึงไอเดียเก๋ๆ ออกมาใช้และแปลงปฎิทินที่หมดอายุการใช้งานเหล่านั้นเป็นของแต่งบ้านชิคๆ ก็น่าสนใจดีนะ
ทีนี้ คุณลองหันไปมองรอบๆ ตัว แล้วดูสิว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในบ้านอันแสนสุขหรือสุสานแห่งความทรงจำ หากมีลักษณะใกล้เคียงกับอันหลัง คงถึงเวลาที่คุณจะต้องลงมือจัดการอะไรสักอย่างแล้วล่ะ


ที่มา : ddproperty.com
สามารถติดตาม โครงการบ้านใหม่ และประกาศขายบ้าน ได้ที่ http://home.sanook.com/4805/







วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แบบบ้านชั้นเดียว ว่าด้วยเรื่องจุดเด่นจุดด้อย

แบบบ้านชั้นเดียว ว่าด้วยเรื่องจุดเด่นจุดด้อย


            เป็นปัญหาของผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างบ้านหรืออาจเพิ่งซื้อขายบ้านมาใหม่ที่จะต้องมองหาแบบบ้านที่เหมาะสมกับครอบครัว เหมาะสมกับการอยู่อาศัย และงบประมาณ ที่จะต้องพบเจอคือไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเลือกแบบบ้านในลักษณะใดที่จะเหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากยังขาดข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจนั้นเอง ดังนั้นบทความนี้จึงจะได้นำเสนอจุดเด่นและจุดด้อยของแบบบ้านแต่ละประเภทโดยเริ่มต้นจากแบบบ้านชั้นเดียวนะครับ
จากการรวบรวมข้อมูลที่ทำการศึกษาทั้งจากในและต่างประเทศมีข้อสรุปดังนี้ครับ

จุดเด่นของแบบบ้านชั้นเดียว
1. ความเหมาะสมสำหรับครอบครัวที่มีหลายวัยโดยเฉพาะมีผู้สูงอายุหรือผู้พิการ
         แบบบ้านชั้นเดียวนั้น มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ ต้องมีผู้สูงอายุอาศัยรวมอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากความสะดวกในการเคลื่อนไหวไปในห้องต่างๆนั้นทำได้ง่าย โดยเฉพาะการที่ต้องมีการใช้ รถเข็น ซึ่งแบบบ้านชั้นเดียวนั้น สามารถตอบสนองได้อย่างดี
2. สะดวกในการอยู่อาศัยมากกว่าบ้านสองชั้น
        เป็นการยากลำบากสำหรับบ้านสองชั้นที่ส่วนมากมักจะออกแบบห้องนอนไว้ด้านบนและห้องครัวไว้ด้านล่าง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องขึ้น ลงบันไดตลอดทั้งวัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้จะไม่เกิดขึ้นกับบ้านชั้นเดียวจึงมีความสะดวกมากกว่า
3. ง่ายต่อการดูแลและบำรุงรักษาทำความสะอาด
        แบบบ้านชั้นเดียวมีความโดดเด่นในเรื่องของการดูแลบำรุงรักษาและทำความสะอาดที่ง่ายกว่า แบบบ้านสองชั้น โดยเฉพาะเจ้าของบ้านที่อาจจะค่อนข้างมีอายุมาก ซึ่งไม่ต้องกังวลเลยกับการซ่อมบำรุงรักษาที่ต้องใช้บันไดเพื่อปีนขึ้นที่สูงๆไปยังชั้นสองของบ้าน โดยเฉพาะการบำรุงรักษาและซ่อมแซม หรือการทำความสะอาดภายนอกบ้าน
4. ห้องทุกห้องถูกนำมาจัดเรียงในระนาบเดียวกันทั้งหมด
        ทำให้เกิดพื้นที่กลางระหว่างห้องรับแขกและห้องนอน ซึ่งสามารถทำกิจกรรมในครอบครัว เกิดความใกล้ชิดผูกพันในครอบครัว
5. แบบบ้านชั้นเดียวง่ายต่อการต่อเติมพื้นที่ในภายหลัง
        ในกรณีที่ครอบครัวมีการขยายตัวหรือมีผู้อาศัยอยู่เยอะ และจำเป็นต้องต่อเติมบ้านให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นนั้น แบบ้านชั้นเดียวมีความเหมาะสมในการต่อเติมในภายหลังเนื่องจากมีโครงสร้างเดิมที่อาจไม่ซับซ้อนเหมือนกับบ้านสองชั้นทำให้การออกแบบต่อเติมและก่อสร้างทำได้ ง่ายกว่า
6. แบบบ้านชั้นเดียวสามารถออกแบบการถ่ายเทอากาศได้ดีกว่า
        เนื่องจากการก่อสร้างในระนาบเดียว แบบบ้านชั้นเดียวจึงสามารถออกแบบให้มีการถ่ายเทอากาศได้สะดวกและได้ดีกว่าแบบบ้านสองชั้นหรือสามชั้น
7. แบบบ้านชั้นเดียวสามารถลดความดังของเสียงได้ดีกว่าบ้านสองชั้น
         มีผลการวิจัยบ่งบอกว่า ถ้าหากคุณต้องการพักผ่อนในชั้นที่สองของบ้านที่เป็นสองชั้น ซึ่งชั้นล่างกำลังเปิดดูโทรทัศน์เสียงดัง คุณอาจจะได้ยินเสียงรบกวนเล็ดรอดผ่านเข้ามาในห้องนอนชั้นบนได้อย่างชัดเจนมากกว่าในห้องที่อยู่ในระดับพื้นเดียวกัน

จุดด้อยของแบบบ้านชั้นเดียว
1. แบบบ้านชั้นเดียวต้องใช้พื้นที่ดินมากกว่าแบบบ้านสองชั้นในจำนวนพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน
        เนื่องจากการก่อสร้างในพื้นที่แนวราบ ดังนั้นแน่นอนว่า การใช้พื้นที่ของแบบบ้านชั้นเดียวจะต้องใช้พื้นที่ปลูกสร้างมากกว่าแบบบ้านสองชั้นที่ปลูกสร้างแนวตั้ง อย่างแน่นอน ดังนั้นท่านที่ต้องการปลูกสร้างแบบบ้านชั้นเดียวต้องคำนึงถึงความพอเพียงของที่ดิน และต้องมีการเผื่อระยะร่นไว้ด้วย
2. แบบบ้านชั้นเดียวอาจจะสิ้นเปลืองงบประมาณก่อสร้างมากกว่าแบบบ้านสองชั้น
       แน่นอนว่าจากการที่แบบบ้านชั้นเดียวเป็นการก่อสร้างในแนวราบดังนั้นในจำนวนพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน จะต้องใช้จำนวนเสามากกว่าแบบบ้านสองชั้น และหากท่านต้องปลูกสร้างบ้านโดยการตอกเสาเข็มแล้วงบประมาณก่อสร้างก็จะสูงขึ้นอีกมาก รวมถึงจำนวนวัสดุที่ใช้มุงหลังคาที่ใช้มากกว่าบ้านสองชั้นในพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน
3. แบบบ้านชั้นเดียวเกิดปัญหาความร้อนภายในห้องได้มากกว้า
       แบบบ้านชั้นเดียวส่วนของเพดานจะติดกับหลังคาโดยตรงซึ่งจะเกิดความร้อนสะสมใต้หลังคาและแผ่ความร้อนลงมายังห้องต่างๆได้ง่ายกว่าแบบบ้านสองชั้นซึ่ง มีพื้นห้องชั้นบนที่คอยกระจายความร้อน ดังนั้นการหลีกเลียงความร้อนใต้หลังคาของบ้านชั้นเดียวจำเป็นต้องมีการใช้ฉนวนกันความร้อน แผ่นสะท้อนความร้อน หรือการเปิดช่องหลังคาเพื่อระบายความร้อนออกจากใต้หลังคา
4. แบบบ้านชั้นเดียวเสียงกับภัยน้ำท่วมและความชื้น
       เนื่องจากการปลูกสร้างของแบบบ้านชั้นเดียวที่มีพื้นห้องไม่สูงห่างมากจากพื้นดิน ดังนั้นปัญหาความชื้นของผิวดินสามารถสร้างปัญหาให้กับโครงสร้างของตัวบ้านได้ โดยเฉพาะบ้านที่ผิวดินติดกับพื้นห้อง ปัญหาดังกล่าวเช่น ราที่ขึ้นตามผนังห้องที่เกิดจากการดูดซับความชื่นจากผิวดินขึ้นมา นอกจากนั้นยังมีปัญหาของปลวก รวมทั้งการปลูกบ้านชั้นเดียวไม่สามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้  การแก้ปัญหาดังกล่าว อาจจะทำได้โดยการสร้างแบบบ้านชั้นเดียวในลักษณะยกพื้นให้สูงห่างจากพื้นดิน 1-1.5 เมตร ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาดังกล่าวได้
        บทความที่กล่าวมาอาจจะช่วยให้ท่านได้ใช้ในการพิจารณาในการเลือกปลูกสร้างที่อยู่อาศัยของท่านได้ ส่วนข้อมูลจุดเด่นจุดด้อยของแบบบ้านสองชั้น ก็จะเป็นการกลับจุดเด่นจุดด้อยกับแบบบ้านชั้นเดียวนั้นเองนะครับ

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เลือกม่านผืนสวยอย่างไรให้บ้านมีเสน่ห์ลงตัว

เลือกม่านผืนสวยอย่างไรให้บ้านมีเสน่ห์ลงตัว

การตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านผืนสวยอาจจะมองข้ามกันไป เมื่อตอนที่คุณซื้อขายบ้านมามีเฟอร์นิเจอร์ต้องแบรนด์เนม...แชนเดอร์เลียร์ต้องแบรนด์นอก...พรมปูพื้นต้องแบรนด์ดัง แต่ผ้าม่านก็ความจำเป็นไม่ได้น้อยไปกว่าการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์สวยๆ เลย


นอกจากจะช่วยกรองแสงแดดได้ดีแล้ว ผ้าม่านผืนสวยยังช่วยเนรมิตบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนกังวลใจก็คือ ไม่รู้ว่าควรจะเลือกผ้าม่านแบบไหนให้เหมาะกับการตกแต่งบ้าน วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆมาฝากกันค่ะ

 ม่านจีบ ไม่ว่าน้านของคุณจะเป็นบ้านสไตล์ไหน ผ้าม่านชนิดนี้ก็ใช้ได้กับทุกลุคทุกดีไซน์ อีกทั้ง ยังใช้งานได้เป็นอย่างดี สามารถใส่คู่กับรางรูปตัวซี หรือรางแบบโชว์ได้เลย หรืออาจจะมีการติดตั้งเป็นม่าน 2 ชั้น ที่มีทั้งแบบม่านโปร่งแสงและแบบม่านทึบแสงก็ได้เช่นกัน ตัวม่านจะมีการจับจีบด้านบนโดยเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน ไม่ว่าจะชอบเนื้อผ้า สี หรือว่าจะเป็นลวดลายแบบไหนคุณก็สามารถเลือกได้ตามใจต้องการ
ม่านจีบสม็อก เป็นผ้าม่านที่สามารถนำไปใช้ตกแต่งบ้านได้หลากสไตล์ ทั้งยังช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ของผ้าม่านจะเป็นแบบค่อนข้างกึ่งทางการ แต่ที่สำคัญราคาไม่แพง เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ห่วงคล้อง และหากยิ่งใช้คู่กับที่ดึงม่านไม้ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเปิด-ปิด ผ้าม่านได้ดียิ่งขึ้น

ม่านจีบถ้วย ถ้าหากใครที่ชอบความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ผ้าม่านดีไซน์เก๋แบบนี้ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกับการนำมาเพิ่มดีเทลให้กับบ้าน โดยผ้าม่านชนิดนี้จะมาพร้อมกับการระบายผ้าที่มีการเย็บติดกับส่วนหัวจีบของผ้าม่าน นับเป็นทางเลือกใหม่ในการเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี


ม่านพับ เป็นผ้าม่านอีกชนิดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติของมันที่โดดเด่นหลายประการ ทั้งสามารถใช้งานง่ายเพียงดึงม่านขึ้นก็สามารถเปิดรับแสงแดดสว่างๆจากภายนอกได้ทันที โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดม่านทั้งหมด มีความแข็งแรง ทนทาน และยังช่วยประหยัดพื้นที่การใช้งานได้ดี เหมาะกับการแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์นที่แฝงไปด้วยความเรียบง่ายสบายตา ส่วนใหญ่จะใช้ติดตั้งตามประตูหรือหน้าต่างบานเล็กๆ หรือที่ติดกันหลายบาน ตัวของม่านเป็นแบบพับซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ซึ่งจะใช้ผ้ามากกว่าผ้าม่านแบบที่แยกกลาง อีกทั้ง ยังสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย

ม่านตาไก่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการตกแต่งบ้านที่ทันสมัย ไม่ตกเทรนด์  ซึ่งผ้าม่านชนิดนี้จะมีการเจาะรูที่หัวผ้าม่านไว้สำหรับใส่ห่วงตาไก่ เพื่อสอดเข้ากับรางผ้าม่านได้เลย สามารถติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก มีน้ำหนักเบา หากเลือกใช้ผ้าที่ค่อนข้างมีน้ำหนักก็จะช่วยทำให้ผ้าม่านพริ้วเป็นลอนสวยมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปใช้ตกแต่งได้ทั้งบ้านและคอนโด

ม่านหลุยส์ เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการมนต์เสน่ห์แห่งความโอ่อ่าอลังการ ผ้าม่านชนิดนี้ก็จะช่วยสร้างความสง่างามได้อย่างมีระดับมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถที่จะเพิ่มดีกรีความหรูหราให้ม่านหลุยส์ด้วยส่วนหัวที่เป็นรูปหยดน้ำที่มีเชิงเป็นชั้นๆ ปิดด้วยไทด์ซ้าย-ขวาอย่างลงตัว ซึ่งม่านแบบนี้มีข้อเสีย คือ ดูแลรักษายากและเกิดการสะสมของฝุ่นละอองได้ง่าย

ม่านคอกระเช้า หากคุณเป็นคนชอบความเรียบง่าย หรือชอบงานฝีมือหน่อย การติดตั้งด้วยผ้าม่านชนิดนี้ก็จะช่วยเสริมเพิ่มความน่ารักที่เป็นธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น เพราะม่านชนิดนี้คุณสามารถตัดเย็บเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆ ในการติดตั้งเลยนอกจากผ้าและราวผ้าม่าน อาจตกแต่งลูกเล่นเพิ่มเติมได้ด้วยการเย็บติดกระดุม หรือทำให้เป็นโบว์ผ้ามาผูกรัดผ้าม่านเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มอ่อนหวานได้ดี ทั้งนี้ ควรเลือกผ้าที่มีสีในโทนเดียวกันกับราวม่านและไม่มีลวดลายใดๆ มากนัก

มู่ลี่ การติดตั้งมู่ลี่ให้กับบ้านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะสามารถปรับทิศทางของแสงได้ตามต้องการแล้ว มู่ลี่แบบต่างๆ ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้พื้นที่ภายในบ้าน ต่างฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ Wooden Blinds โดดเด่นเรื่องความทนทานใช้งานง่าย เหมาะกับห้องที่ให้ความผ่อนคลาย ด้วยความที่เป็นไม้ จึงให้ความรู้สึกถึงคุณค่าแห่งธรรมชาติและดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น แต่หากเลือกใช้ Foam Wood Blinds ก็จะช่วยเพิ่มความทันสมัยและน่าหลงใหลให้กับบ้าน ส่วนใหญ่นิยมใช้กันในออฟฟิศ และบริเวณที่ไม่สามารถใช้ผ้าม่านได้ เช่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ เนื่องจากมีคุณสมบัติกันน้ำและกันรังสี UV ได้เป็นอย่างดี

ม่านม้วน หากการตกแต่งบ้านเป็นสไตล์เรียบง่ายที่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย การเลือกใช้ผ้าม่านแบบม้วนก็ทำให้ดูสวยเข้ากันสุดๆ มากไปกว่านั้นยังสามารถป้องกันความร้อนและช่วยปรับแสงสว่างที่เข้ามาภายในบ้านได้เป็นอย่างดี การใช้งานก็แสนง่าย สามารถปรับความสูงได้ตามใจชอบ ใช้เนื้อที่ในการติดตั้งไม่มาก และสามารถทำความสะอาดง่าย อีกทั้งยังมีให้เลือกใช้งานหลากหลายทั้งแบบกันแสงแดด (แบล็คเอ้าท์ BLACKOUT) ที่เป็นม่านแบบชนิดทึบแสง ซึ่งจะกันแสงได้มากถึง 100% เหมาะสำหรับห้องที่ไม่ต้องการแสงมาก เช่น ห้องนอน โฮมเธียเตอร์ หรือห้องประชุมสัมมนา และชนิดกรองแสงแดด เหมาะกับการใช้ตกแต่งห้องที่ต้องการทั้งแสงสว่างและความเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน

นอกจากการตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านผืนสวยแล้ว การประดับผ้าม่านด้วยของตกแต่งต่างๆ อย่างรางม่านประดับที่มีให้เลือกหลากดีไซน์ ทำให้สัมผัสได้ถึงความแตกต่าง สายรวบม่านที่ช่วยเติมเต็มผ้าม่านให้ดูดีมีเสน่ห์ หรือหากชื่นชอบผ้าม่านแบบเปิดเป็นช่องสำหรับรับแสงสว่าง การทำตะขอเกี่ยวเชือกม่านที่ผนังข้างหน้าต่างก็จะช่วยทำให้ผ้าม่านเป็นโค้งสวยงาม รวมไปถึงการแต่งเติมเพิ่มดีเทลชายครุยให้ผ้าม่าน ก็ยิ่งทำให้ดูหรูหราอลังการ และบ่งบอกถึงความมีรสนิยมได้อย่างเหนือระดับ เพียงเท่านี้ผ้าม่านสวยๆ ก็พร้อมรังสรรค์บรรยากาศภายในบ้านให้โดดเด่นสวยงามอย่างลงตัว
การเลือกแบบผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้บ้านดูสวยงามขึ้นแล้ว ยังช่วยเติมเต็มบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่ดูสบายตา และสัมผัสได้ถึงสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนในทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก :  forfur.com

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

รู้สักนิดก่อนการซื้อขายบ้านจะได้ไม่ผิดหวัง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนการซื้อขายบ้านจะได้ไม่ผิดหวัง

ขายบ้าน

การจะตัดสินใจซื้อบ้านสักหลังนั้นเงินหรือราคาไม่ใช่เป็นปัจจัยเดียวในการเลือกซื้อขายบ้านเพราะยังต้องมีความรู้ความเข้าใจในการเลือก บางคนนั้นอาจต้องใช้เงินเกือบทั้งชีวิตเลยทีเดียวหรืออาจจะเป็นที่อยู่อาศัยไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ดังนั้นเว็บขายบ้านและโครงการบ้านใหม่จึงหยิบข้อแนะนำควรคิดให้ดีไม่ใช่คิดเพียงอยากได้เพียงอย่างเดียวแน่นอน

เพราะหากบ้านที่เราเลือกนั้นไม่เป็นไปอย่างที่หวังไว้ มีปัญหาเกิดขึ้นตามมามากมายต้องมาซ่อมบำรุงแก้ไข รู้สึกไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป จากความคิดบ้านในฝันกลับต้องมาเหนื่อยหนักเพิ่มมาอีกการซ่อมแซมที่ไม่รู้จักจบสิ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ หรือเกิดให้น้อยที่สุด ลองมาฟังคำแนะนำที่ช่วยเป็นแนวทางหรือตัวเลือกในการตัดสินใจให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ตามแบบที่ตั้งใจไว้กันดีกว่า

โครงการบ้านใหม่

ตรวจสอบบ้านให้ดีก่อนการซื้อขายบ้าน
เมื่อเราเดินทางไปถึงบ้านที่เลือกแล้ว อย่าพึ่งรีบร้อนยื่นเงินถือครองลิขสิทธ์บ้านให้คนขายในทันที เพราะนั่นคือความประมาทอันยิ่งใหญ่ หากเกิดปัญหาตามมา อาจทำให้เราไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนคืนบ้านได้อีก ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรจะต้องทำก็คือกระดาษดินสอปากกาเพื่อจดรายละเอียดของบ้าน ตรวจสอบส่วนต่างๆให้ดี เมื่อพบเจอจุดบกพร่องที่น่ากังวลให้บันทึกไว้ให้ดี เพราะเราจะต้องกลับมาตรวจสอบอีกครั้งนึงหลังจากบอกผู้ขายว่าให้ช่วยซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายให้สมบูรณ์หรือยัง

หลักในการตรวจสอบบ้านก่อนซื้อขายบ้าน
สิ่งที่เราควรจะต้องเข้าไปตรวจสอบ มีตั้งแต่บริเวณหน้าต่างประตู ให้ทดลองเปิดปิดและสังเกตความฝืดของ กลอน ลูกบิด การปิดเปิดที่แนบสนิทกับขอบได้ตรงพอดีหรือไม่ ต่อมาคือการตรวจสอบพื้นบ้านว่ามีการใช้วัสดุกระเบื้องปูพื้นที่เหมาะกับตัวบ้านหรือไม่ สังเกตตรวจสอบห้องรับแขกและห้องน้ำจะต้องคนละชนิดกัน จากนั้นควรดูรอบๆทุกส่วนของบ้านว่ากระเบื้องยื่นหรือโผล่ออกมาหรือไม่


ตรวจสอบส่วนของผนังของบ้าน ว่ามีรอยร้าวที่อาจเกิดจาก รอยฉาบปูน การทาสีและความเรียบของผนังในการฉาบ ที่สำคัญอย่าลืมตรวจเช็คระบบวงจรไฟฟ้าคู่กับน้ำว่าสามรถใช้ได้ปลอดภัยและสะดวกหรือไม่ ควรมีมาตรฐานในการติดตั้งบริเวณที่อาจเกิดให้แก่อันตราย หากพบเจอปัญหาต่างๆนั้น ให้ทำการแจ้งต่อผู้ขายเพื่อให้ตรวจสอบแก้ไขให้เรียบร้อย

(ปล.หากใครไม่แน่ใจไม่มั่นใจในความสามารถในการตรวจสอบสภาพบ้าน อาจจะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยตรวจสอบ จะได้ไม่เป็นการเสียน้อยเสียยากเกิดขึ้นเพียงเพราะความประมาทของท่านได้ค่ะ)