แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวางแผน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวางแผน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เลือกเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรให้เหมาะกับห้องและการใช้งาน

เลือกเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรให้เหมาะกับห้องและการใช้งาน

ตื่นจากความฝันแล้วลุกมาทำอะไรสักอย่าง เช่น เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างไร เพื่อให้บ้านนั้นสวยและเหมาะกับการใช้งานของคุณ วันนี้เรามีฝากค่ะ นอกจากการอำนวยความสะดวกความสบายแล้ว เฟอร์นิเจอร์ยังสะท้อนสไตล์และรสนิยมตัวตนของผู้แต่งบ้านด้วย
สถานที่: เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77
รู้กันดีอยู่แล้ว ว่าการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์นั้น จะช่วยเสริมสร้างสไตล์และช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านดูสวย อีกทั้งหากมีพื้นที่เล็กๆแต่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่ นอกจากการอำนวยความสะดวกสบายแล้ว เฟอร์นิเจอร์ยังสะท้อนสไตล์และรสนิยมของผู้แต่งบ้านด้วย การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มีเกณฑ์ประกอบการพิจารณาหลายอย่างทั้งขนาดพื้นที่ห้อง สไตล์การตกแต่ง และการใช้งาน ลองมาดู 3 ข้อที่เรานำมาฝากกันค่ะ
สถานที่ : H-CAPE RESIDENCE @ SIAMPARK

1.ขนาดพื้นที่ห้อง
สำหรับแบบบ้านที่มีขนาดใหญ่ แต่ละห้องพื้นที่เยอะ ก็ไม่ต้องคิดหนักเลยค่ะ ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความชอบใจ แต่ก็ต้องดูถึงความเหมาะสมของห้องด้วยนะคะ เช่น พื้นที่ของห้องรับแขกใหญ่มาก แต่เลือกโซฟาดันตัวเล็กนิดเดียว ก็ทำให้ดูไม่สง่า และไม่เหมาะสมกับประสิทธิภาพของพื้นที่ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าพื้นที่ห้องเล็ก แคบ ก็ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ประหยัดพื้นที่ซักหน่อยค่ะ หรือถ้าเป็นไปได้ อาจทำบิ้วท์อินเพื่อการใช้งานที่มันครบถ้วน และดูเป็นที่เป็นทาง เช่นชั้นวางของในห้องนอนที่มีขนาดเล็ก ก็อาจจะบิ้วท์ตู้ลอยจากพื้นเพื่อไม่ให้ดูเกะกะมากนัก ดูภาพเพิ่มเติม  H-CAPE RESIDENCE @ SIAMPARK
สถานที่: The 66 Cottage

2.สไตล์การตกแต่ง
ส่วนนี้ต้องอาศัยการสังเกตและศึกษาสไตล์ต่างๆด้วยค่ะ อาจเปิดอินเตอร์เน็ตหรือหนังสือ นิตยสารในสไตล์ต่างๆ มีลักษณะ รายละเอียดเป็นอย่างไร เช่น ถ้าชอบการตกแต่งภายในออกแนวสไตล์คันทรี่ๆหน่อย ก็ไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสเตนเลส หรือกระจก เพราะจะดูโมเดิร์นเกินไป หรือถ้าชอบการตกแต่งภายในสไตล์หวานๆ วินเทจๆ ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ในโทนสีพาสเทลสว่างๆเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าโทนสีมืดมากหน่อยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังจะสามารถผสมผสานสไตล์ต่างๆกันได้บ้างค่ะ ตามแต่ความชอบและเซ้นส์ของแต่ละคน ดูภาพเพิ่มเติม The 66 Cottage
สถานที่: PAPAYA

3.การใช้งาน
เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ครบกับการใช้งานของห้องแต่ละห้องนั่นเองค่ะ ซึ่งแต่ละห้องควรจะมีเฟอร์นิเจอร์สำคัญๆ ดังนี้ค่ะ ดูเพิ่มเติม PAPAYA
สถานที่: Arden Ladprao 71

              - 3.1 ห้องรับแขก/ห้องนั่งเล่น...เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือโซฟาและเก้าอี้ ลำดับแรกคือการเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง ถ้าห้องพื้นที่น้อย การใช้โซฟาแบบสองที่นั่งจะประหยัดพื้นที่และสะดวกต่อการนั่งสนทนาตั้งแต่ 2 คน อาจใช้เก้าอี้เสริมที่ยกเก็บได้ในเวลาที่แขกมาเยอะ โซฟาขนาดสามที่นั่งน่าจะเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่พอสมควร และต้องการการใช้งานเพื่อนอนชั่วคราวในบ้างครั้ง ส่วนการกำหนดความสูงเตี้ยของโซฟานั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจและรสนิยมของเจ้าของบ้านค่ะ ก่อนซื้อควรมีการทดลองนั่งก่อนนะคะว่าสบายถูกใจหรือไม่
โต๊ะ ต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เสียก่อน เช่น หากเลือกเป็นโต๊ะอาหารนั้น ควรมีความสูงประมาณ 724 มม. และเก้าอี้ต้องมีความสูงรับกันพอดี ส่วนโต๊ะเตี้ยที่วางใกล้โซฟาหรือเก้าอี้นั้นจะต้องรู้ว่าจะใช้ทำอะไร เช่น วางโคมไฟ ที่เขี่ยบุหรี่ หรือวางถ้วยกาแฟ เป็นต้น แล้วเลือกให้มีความสูงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ถ้าเลือกเก้าอี้ไม่มีเท้าแขน การเลือกโต๊ะที่มาเข้าคู่ อาจเตี้ยระดับเบาะรองนั่งได้ แต่ถ้ามีเท้าแขน โต๊ะก็ควรอยู่ต่ำกว่าเท้าแขนประมาณ 1-2 นิ้วเพื่อความสะดวกในการหยิบของ
หิ้งและชั้นเก็บของ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าว่าเราต้องใช้เก็บอะไรบ้าง และต้องเก็บมากเท่าไร และสามารถดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานได้หรือไม่ อาจซื้อตู้เป็นแบบลอยตัวมาตั้งไว้ หรือบิ้วท์ตู้ให้ดูเรียบร้อยไปเลย ตามแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ
              - 3.2 ห้องรับประทานอาหาร...เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้งานกันพร้อมหน้าพร้อมตา เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จึงต้องจัดให้มีความเหมาะสมเพื่อรองรับทุกคนในบ้านได้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือจำนวนที่นั่ง เพราะจะส่งผลถึงขนาดเก้าอี้และโต๊ะที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง สำหรับเก้าอี้ เมื่อเลือกขนาดได้แล้วควรทดลองนั่งดูก่อน ความสูงของเก้าอี้ควรจะพอเหมาะที่จะทานอาหารบนโต๊ะได้อย่างสะดวก มีพนักที่ไม่เอนมากเกินไป หากเก้าอี้เป็นคนละเซ็ตกับโต๊ะ ควรเช็คขนาดให้ดี เพื่อให้เก้าอี้สามารถสอดเก็บใต้โต๊ะได้
สำหรับโต๊ะ เมื่อเลือกขนาดแล้ว ก็มาถึงเรื่องวัสดุผิวหน้าของโต๊ะอาหาร ควรจะมีความคงทน ไม่ชำรุดง่าย และทำความสะอาดได้สะดวก เช่น พลาสติกหรือกระจก ซึ่งช่วยป้องกันการขีดข่วนได้ แต่ถ้าชอบไม้ ก็ต้องดูแลรักษามากกว่าแบบอื่น
              - 3.3 ห้องนอน... การจัดห้องนอนจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของห้องเป็นสำคัญ แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย การเลือกเตียง ควรมีขนาดที่พอดี ถ้าห้องเล็กก็ต้องยอมลดขนาดเตียงให้เล็กลง เพื่อให้มีพื้นที่ในห้องเหลือพอที่จะใช้เป็นทางเดินและทำความสะอาดได้สะดวก แต่ทั้งนี้ก็ต้องสามารถนอนได้สบายอยู่ การเลือกเตียงแบบมีขาเป็นที่นิยมในสมัยนี้ เพราะทำให้ดูโปร่งโล่ง และทำความสะอาดได้ ไม่เก็บฝุ่น แต่บางคนชอบเตียงทึบ เพราะดูแข็งแรง ก็แล้วแต่ความนิยมค่ะ
ตู้เสื้อผ้ามีความกว้างที่นิยมคือ 60 เซนติเมตรและมีความสูง 180-200 เซนติเมตร ขนาดของตู้แต่ละช่วงก็ควรจะมีขนาดประมาณ 45-60 เซนติเมตร เพราะเป็นขนาดที่สามารถทำบานตู้ติดได้สัดส่วนพอดี ซึ่งบานตู้ควรจะมีขนาดเปิดได้กว้างมองเห็นภายในตู้ได้ทั้งหมด แต่ถ้าห้องนอนมีขนาดแคบควรใช้บานตู้แบบเลื่อน ตู้เสือ้ผ้าที่มีกระจกเงาติดที่บานตู้ ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ ในกรณีที่พื้นที่ไม่พอที่จะวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือกระจกเต็มตัวต่างหาก นอกจากนี้ภายในตู้เสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชายก็ไม่เหมือนกัน เพราะมีเครื่องใช้แตกต่างกัน ผู้หญิงจะมีชุดเสื้อผ้าที่ยาวกว่าฉะนั้นที่แขวนเสื้อจะต้องสูงกว่าคือมีความสูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร ส่วนตู้ของผู้ชาย อาจจะจัดเป็นสองช่วงคือ สำหรับแขวนเสื้อข้างบน และแขวนกางเกงข้างล่าง
              - 3.4 ห้องทำงาน...ถ้าเป็นการทำงานแบบจริงจัง และมีการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรเลือกโต๊ะที่มีที่วางแป้นพิมพ์แบบลิ้นชัก ส่วนเก้าอี้ ก็ควรเป็นเก้าอี้นั่งทำงานโดยเฉพาะเพื่อรองรับแผ่นหลังและสรีระ แต่ถ้านั่งทำงานแบบนั่งเขียน การเลือกชุดโต๊ะทำงาน ก็สามารถเลือกได้ยืดหยุ่นกว่า อาจเลือกแบบตามความชอบได้เลย นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ ชั้นวางหนังสือก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญมาก ควรเลือกแบบที่มีโครงสร้างแข็งแรง เพราะต้องรองรับหนังสือปริมาณมาก ถ้ากลัวฝุ่นเยอะ ก็ควรเลือกตู้แบบมีบานปิดตู้ แต่ถ้าชอบแบบโปร่งๆโล่งๆ ก็เลือกชั้นที่ไม่มีแผ่นปิดด้านหลังตู้ อาจทำมาจากสเตนเลส เหล็กที่โครงสร้างสวยงาม ก็ทำให้ห้องทำงานดูทันสมัยดีนะคะ
แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว รสนิยมของแต่ละท่าน อาจจะจับโน้นผสมนี้ จัดออกมาแล้วเอาเป็นว่าคนอยู่อาศัยในบ้านชอบละกันนะจ๊ะ เพราะว่าการออกแบบและตกแต่งบ้านนั้น มันมาจากข้างในจิตใจของผู้สร้างสรรค์งานคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : forfur.com
สนใจติดต่อ ซื้อขายบ้าน ติดตามได้ที่นี่ค่ะ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

13 ตัวการที่ทำราคาขายบ้านตก

13 ตัวการที่ทำราคาขายบ้านตก 


ขายบ้าน

ถ้าท่านอยากจะขายบ้านให้ได้ราคา ก็ควรจะหลีกเลี่ยงตัวการที่ทำให้บ้านของท่านราคาตก วันนี้เว็บรอบรู้เรื่องขายบ้าน,โครงการบ้านใหม่เลยมาบอกข้อควรระวังเหล่านั้นกันค่ะ เพื่อที่ท่านจะได้ขายบ้านให้ได้ราคาดีตามที่ต้องการ..
         
ข้อ 1. ข้าวของเครื่องใช้ในครัวนั้นเก่าเกินไป
        เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ยังสวยคลาสสิกนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ชิ้นไหนที่เก่าหรือกำจัดคราบออกไม่ได้แล้ว ท่านควรจะเปลี่ยนซะ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ซื้อบ้านไม่อยากจะเปลี่ยนเครื่องครัวทั้งชุดเมื่อย้ายเข้ามาอยู่ ดังนั้นท่านควรทำห้องครัวให้ดูเหมือนใหม่และยังใช้งานได้ดีอยู่ เพราะมันจะเพิ่มมูลค่าการขายได้อีกทางหนึ่งค่ะ

ข้อ2. การมองข้ามจุดเล็ก ๆ
        ผู้ซื้อบ้านนั้นมักจะมีสายตาที่เฉียบแหลมที่มองเห็นในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นท่านไม่ควรที่จะละเลยการทำความสะอาดส่วนต่างๆและการซ่อมแซมหน้าต่าง ตรวจสอบส่วนของไฟว่ายังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ รวมไปถึงสิ่งของในบ้านด้วย เป็นการสื่อให้เห็นว่าเจ้าของบ้านนั้นดูแลรักษาบ้านเป็นอย่างดีจะช่วยให้ขายบ้านได้ง่ายขึ้นค่ะ

ข้อ3. ละเลยการทำความสะอาดอย่างจริงจัง
        แม้กระทั่งซอกมุมเล็กๆที่สุดก็ยังสำคัญกับการขายบ้าน เพราะคนซื้อบ้านส่วนใหญ่ย่อมจะชั่งสังเกต ดังนั้นท่านควรจะทำความสะอาดทุกซอกมุมของบ้านให้ดี เช่น ซิงก์ล้างจาน ทุกจุดเล็กๆที่ซ่อนจากสายตา เพราะท่านคงไม่อยากพลาดการขายบ้านเพราะเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้แน่ค่ะ

ข้อ4. ตกแต่งแบบล้ำสมัยจนเกินพอดี
        ซึ่งการตกแต่งนั้นเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว อย่าได้คิดว่าการตกแต่งแบบล้ำสมัยเข้าไว้คนอื่นจะต้องชอบ ดังนั้นควรแต่งให้พอดีไม่มากจนเกินไปเป็นกลางก็จะช่วยให้ท่านขายบ้านได้ง่ายขึ้นค่ะ

ข้อ5. เลือกพื้นผิวที่ทำความสะอาดยากเกินไป
        เช่น  เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เพราะหากว่าท่านเลือกไม่ดีนั่นหมายความว่าจะต้องเปลี่ยนยกชุดเลยทีเดียว ดังนั้นท่านควรจะรอบครอบในการการเลือกตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมาเสียเงินและยังเสียเวลาในภายหลัง หรืออาจจะต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อท่านจะขายบ้าน

ข้อ6. ไม่สนใจในพื้นที่เล็กๆ
        ได้มีผู้เชี่ยวชาญออกมาบอกว่า ห้องน้ำและห้องครัวนั้นคือจุดขายของบ้าน ดังนั้นท่านจึงห้ามละเลยพื้นที่เล็ก ๆ พวกนี้เดะขาด ยกตัวอย่างเช่นการเลือกใช้กระเบื้องให้เลือกชิ้นใหญ่ๆ จะช่วยทางจิตวิทยาในเรื่องของความรู้สึกว่าห้องครัวหรือห้องน้ำดูใหญ่ขึ้น จะทำให้ท่านขายบ้านได้ราคาดีหรือขายได้ง่ายขึ้นค่ะ

ข้อ7. ละเลยการดูแลส่วนของพื้นไม้
        ยิ่งเป็นพื้นไม้นั้นต้องควรดูแลเป็นพิเศษ การที่ดูแลพื้นไม้อย่างผิดวิธีนั้น จะทำให้บ้านของท่านดูเก่าจนอาจส่งผลเสียเรื่องของราคาขายบ้านได้ ถ้าท่านไม่อยากเสียเงินเปลี่ยนพื้นไม้ก็ควรจะดูแลรักษาพื้นไม้ให้อย่างถูกวิธี ซึ่งจะทำให้บ้านยังดูใหม่อยู่ต่ะ

ข้อ8. เลือกสีภายนอกได้แบบเพี้ยน ๆ
       เพราะสีภายนอกนั้นคือสิ่งแรกๆที่ผู้ซื้อได้เห็นหรือสำผัส first impression ควรจะเลือกใช้สีให้เข้ากันกับตัวบ้าน

ข้อ9. ปลูกต้นไม้โดยไร้ซึ่งการวางแผน
        การปลูกต้นไม้โดยที่ไม่วางแผนก่อนจะปลูกนั้นจะส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างไม่รู้จบ เช่น ปลูกต้นไม้ไว้ใกล้ใกล้ทางรถเข้า-ออกของบ้าน พอต้นไม้โตขึ้นมีโอกาสที่จะเบียดเข้ามาในพื้นนั้นๆได้และรากไม้อาจจะทำลายโครงสร้างบ้านใต้ดินของท่านได้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อการขายบ้านของท่านได้

ข้อ10. ละเลยประตูทางเข้าบ้าน
        ลูกบิดเก่าๆตรงประตูทางเข้าที่ชำรุดหรือเต็มไปด้วยร่องรอย จะส่งผลให้ส่งผลให้บ้านดูไม่น่าซื้อ แล้วยังเป็นตัวเปิดสัญญาณเตือนให้ผู้ซื้อบ้านตรวจสอบอย่างเข้มงวดหาความชำรุดจุดอื่นๆในบ้านมากขึ้นซึ่งไม่ดีแน่ต่อการขายบ้านของท่าน


ข้อ11. คาดหวังว่าจะถอนทุนคืนจนเกินไป
        อย่าได้คิดว่าท่านได้สร้างหรือเติมแต่งบ้านอะไรเพิ่มเติมแล้วจะได้เงินเพิ่มทุกสิ่งอย่างเพราะบางอย่างนั้น เช่น สร้างสระน้ำ ซึ่งในกรณีนี้ไม่เคยที่จะได้ทุนคืนกับมาไม่ว่าในกรณีไหน แถมอาจจะเป็นข้อเสียด้วยซ้ำไป


ข้อ12. ไม่ปรับเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย
        เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เก่า ๆ หาข้อดีได้เพียงข้อเดียวคือดูคลาสสิก ส่วนที่เหลือนั้นเป็นข้อเสียทั้งหมด ท่านควรจะเปลี่ยนมันเสียบ้างเพราะนอกจากจะช่วยลดเงินค่าไฟแล้ว ยังช่วยเพิ่มราคาขายบ้านได้อีกด้วย


ข้อ13. การใช้สีที่ซับซ้อนจนเกินไป
        อาจจะดูทันสมัยขึ้นหากท่านใช้สีผนังและขอบประตูที่ดูตัดกัน แต่หากเราไม่เก่งเรื่องคอนเซ็ปต์ด้านการใช้สี อาจทำให้คนที่เห็นบ้านของท่านดูน่ารำคาญตามากกว่าสวย ดังนั้นควรใช้สีเดียวกันตามปกติจะดูดีกว่า และยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นด้วยค่ะ