แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แม่ไม้สำคัญ ในการสร้างบ้าน แบบประหยัดทั้งเงินและพลังงาน

แม่ไม้สำคัญ ในการสร้างบ้านประหยัดเงินและประหยัดพลังงาน


1. อย่าใส่แหล่งความร้อน (ลานคอนกรีต) ในบ้าน
ภาย ในบริเวณบ้านไม่ควรมี ลานคอนกรีตในทิศทางรับแสงแดดจัด เช่น ทิศใต้และทิศตะวันตก เนื่องจากในเวลากลางวันคอนกรีตจะกลายเป็นมวลสารสะสมความร้อน (Thermal mass) มีการสะสมความร้อนไว้ในเวลากลางวันในปริมาณมาก ด้วยคุณสมบัติการนำความร้อนของวัสดุและจะถ่ายเทความร้อนกลับสู่บ้านของท่าน ในเวลากลางคืน จึงทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านและตัวบ้านมีอุณหภูมิสูงตามไปด้วย การจัดวางตำแหน่งพื้นคอนกรีตเพื่อเป็นที่จอดรถยนต์หรือชานหรือระเบียงที่ดี ควรเลือกวางในทิศที่ไม่ถูกแสงแดดมาก เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออกและควรมีร่มเงาจากต้นไม้ช่วยลดปริมาณแสงแดด

2. รั้วบ้าน...ต้องโล่ง...โปร่ง...สบาย
รั้ว บ้านไม่ควรออกแบบให้ มีลักษณะทึบตันเนื่องจากรั้วทึบจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของลมเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้ภายในตัวบ้านอับลมนอกจากนี้วัสดุที่ใช้ทำรั้วบางชนิด เช่น อิฐมอญ คอนกรีต เสริมเหล็ก คอนกรีตบล็อก ยังมีคุณสมบัติสะสม

3. อย่าลืม!!ต้นไม้ให้ร่มเงา
การ ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านหรือคอนโดนอกจากจะสร้างความร่มรื่นและความสดชื่นสบายตาสบายใจ แก่ผู้อาศัยในบ้านแล้วใบไม้หลากรูปทรงและสีสันที่แผ่กิ่งก้านสาขายังสามารถ ลดแสงแดดที่ตกกระทบตัวบ้านและให้ร่มเงาที่ร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยได้เป็น อย่างดีนอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายยังช่วยลดความร้อนจากสภาพแวดล้อม ด้วยการคายไอน้ำผ่านทางปากใบได้อีกด้วยซึ่งควรพิจารณาตำแหน่งการปลูกต้นไม้ ใหญ่น้อยในบริเวณบ้านให้สัมพันธ์กับร่มเงาที่เกิดขึ้นกับตัวบ้านไว้ล่วงหน้า

ข้อควรระวัง! การปลูกไม้ใหญ่ใกล้บ้านหรือคอนโดเกินไป ต้องระวังรากของต้นไม้ใหญ่จะสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างของบ้านจึงควร ดูความเหมาะสมของชนิดต้นไม้

4. ก่อนสร้าง อย่าลืม!!! พื้นชั้นล่างปูแผ่นพลาสติก
บ้าน พักอาศัยทั่วไปในปัจจุบันทั้งชั้นล่างและชั้นบนมักติดตั้ง เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นและลดความชื้นภายในพื้นที่ กันเป็นจำนวนมาก การเตรียมการก่อสร้างบ้านในส่วนโครงสร้างพื้นชั้นล่างควรปูแผ่นพลาสติก เพื่อป้องกัน ความชื้นที่ระเหยขึ้นจากผิวดิน ซึ่งเป็นผลให้มีความเสียหายที่วัสดุปูพื้นชั้นล่าง และประเด็นที่สำคัญด้านพลังงานคือเกิดการสะสมความชื้นภายในพื้นที่ชั้นล่าง ของตัวบ้านเป็นที่มาของภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นใน ที่สุด สิ่งที่ควรระวังระหว่างการก่อสร้างส่วนดังกล่าว คือ การฉีกขาดเสียหาย ของพลาสติกเนื่องจากเหล็กที่ใช้ในระหว่างการก่อสร้าง จึงต้องมีการเตรียมก่อสร้างไว้ล่วงหน้าเช่นกัน

5. หันบ้านให้ถูกทิศ (ลม-แดด-ฝน) จิตแจ่มใส
การ ออกแบบบ้านเรือนในประเทศไทยไม่ควรหลงลืมปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อการถ่ายเท ความร้อนสู่ตัวบ้าน นั่นคือส่วนใหญ่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทางทิศใต้ (แดดอ้อมใต้) เป็นเวลา 8-9 เดือนและด้วยมุมกระทำของดวงอาทิตย์ต่อพื้นโลกมีค่าน้อย (มุมต่ำ) จึงทำให้การป้องกันแสงแดดทำได้ยากเป็นผลให้ทิศทางดังกล่าวได้รับอิทธิพลจาก แสงแดดรุนแรงเกือบตลอดปี การวางตำแหน่งบ้านและการออกแบบ รูปทรงบ้านที่ดีต้องหลีกเลี่ยงการรับแสงแดดในทิศดังกล่าวนอกจากนี้ลมประจำ (ลมมรสุม) ที่พัดผ่านประเทศไทยมีทิศทางชัดเจนจากทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงฤดูร้อน และฤดูฝน และพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาวการวางผังบ้านและทิศทางตำแหน่งช่อง หน้าต่างเพื่อระบายความร้อนในบ้าน จึงต้องคำนึงถึงทิศทางกระแสลมเหล่านี้เป็นสำคัญอีกด้วย

6. มีครัวไทยต้องไม่เชื่อมติดตัวบ้าน
การ ทำครัวแบบไทย นอกจากจะได้อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนถูกปากคนไทยแล้วยังก่อให้เกิดความร้อนสะสม ขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวในปริมาณมากอีกด้วย อันเนื่องมาจากอุปกรณ์และกิจกรรมการทำครัวต่างๆซึ่งแตกต่างจากครัวฝรั่งโดย สิ้นเชิงความร้อนที่เกิดขึ้นในห้องครัวที่ติดกับตัวบ้านจะสามารถถ่ายเทเข้า สู่พื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็วในลักษณะสะพานความร้อน (Thermal Bridge) และหากห้องติดกันเป็นพื้นที่ปรับ อากาศจะยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานในการทำความเย็นของห้องดังกล่าวมากขึ้นโดยใช่ เหตุ แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมระหว่างห้องครัวกับตัวบ้าน เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น

7. ประตูหน้าต่างต้องมีทางลมเข้าออก
การ ระบายความร้อนภายในบ้านโดยใช้ลมธรรมชาติพัดผ่านหน้าต่าง ภายในห้องต้องมีช่องทางให้ลมเข้าและลมออกได้อย่างน้อย 2 ด้านมิฉะนั้นลมจะไม่สามารถไหลผ่านได้และสิ่งที่ดีที่สุดคือการออกแบบให้ช่อง หน้าต่างอยู่ตรงข้ามกันและมีขนาดใหญ่เท่าเทียมกันจะทำให้การระบายความร้อน เกิดขึ้นมากที่สุด นอกจากนี้การวางตำแหน่งช่องหน้าต่างต้องตอบรับทิศทางการเคลื่อนที่ของลม ประจำด้วยแต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าลมที่นำเข้าสู่อาคารต้องทำให้เป็นลมเย็น เสียก่อนจึงจะทำให้การลดความร้อนมีประสิทธิผล

การออกแบบให้ลมไหลผ่านตัวบ้านได้ดีมีข้อควรระวังได้แก่
1. ต้องติดตั้งมุ้งลวดเพื่อกรองฝุ่นละอองเกสรที่จะเข้าบ้าน
2. การติดช่องหน้าต่างในตำแหน่งเยื้องกันจะช่วยบังคับให้ลมไหลผ่านห้องต่าง ๆ ตามตำแหน่งที่ต้องการได้

8. ผังเฟอร์นิเจอร์ต้องเตรียมไว้ก่อน ไม่ร้อนและประหยัดพลังงาน
บ้าน ที่ดีควรมีการจัดวางผังเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละห้องไว้ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมตำแหน่งติดตั้ง ปลั๊ก สวิทช์ ไว้ให้ เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆในบ้าน นอกจากนี้การเตรียมการดังกล่าวไว้ล่วงหน้าจะตรวจสอบได้ว่าตำแหน่งใดในบ้านมี เฟอร์นิเจอร์วางกีดขวางการเคลื่อนที่ของกระแสลมหรือไม่หรือตอบรับแสงสว่าง ธรรมชาติและกระแสลมธรรมชาติมากน้อยเพียงใดและควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไรให้ดี ขึ้น ควรแยกอุปกรณ์ที่จะสร้างความร้อนออกนอกห้องปรับอากาศ เช่น ตู้เย็น เครื่องต้มน้ำ

9. อย่า!!! มีบ่อน้ำหรือนำพุในห้องปรับอากาศ
คุณสมบัติ ทางอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ คือ การลดอุณหภูมิและความชื้น ทำให้พื้นที่ห้องต่าง ๆ อยู่ในสภาวะสบาย ซึ่งการตกแต่งประดับพื้นที่ภายในห้องด้วยน้ำพุ น้ำตก อ่างเลี้ยงปลา หรือแจกันดอกไม้ ย่อมทำให้ภายในห้องมีแหล่งความชื้นเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นและทำให้เครื่อง ปรับอากาศต้องใช้พลังงานในการลดความชื้นมากกว่าปกติ

10. ช่องอากาศที่หลังคาพาคลายร้อน
หลังคา ที่ดีนอกจากจะสามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้ ยังต้องมีคุณสมบัติ ในการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกด้วย ภายในช่องว่างใต้หลังคา เป็นพื้นที่เก็บกักความร้อนที่แผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ก่อนถ่ายเทเข้าสู่ พื้นที่ส่วนต่างๆภายในบ้านดังนั้นการออกแบบให้มีการระบายอากาศ (ร้อน) ภายในหลังคาออกไปสู่ภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นช่องลมบริเวณจั่วหลังคาหรือระแนงชายคาจึงเป็นเรื่องที่ดีต่อการ ลดความร้อนในบ้าน แต่พึงระวังให้การระบายอากาศร้อนดังกล่าวอยู่เหนือฉนวนภายในฝ้าเพดาน มิฉะนั้นความร้อน จะสามารถถ่ายเทลงสู่ตัวบ้านได้อยู่ดี

ข้อควรระวัง คือ
1. ต้องมีการติดตั้งตาข่ายป้องกันนก แมลง เข้าไปทำรังใต้หลังคาด้วย
2. ต้องมีการป้องกันฝนเข้าช่องเปิดระบายอากาศด้วย

11. ต้องใส่"ฉนวน"ที่หลังคาเสมอ
ฉนวน กันความร้อนเป็นอุปกรณ์ที่สามารถกั้นหรือป้องกัน ความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงแดดไม่ให้เข้าสู่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นจากส่วนผนังหรือหลังคาบ้าน แต่ช่องทางที่ความร้อนจากแสงแดดถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านได้มากที่สุดในเวลากลาง วันคือพื้นที่หลังคา ดังนั้นการลดความร้อนจาก จากพื้นที่ดังกล่าว ด้วยการใช้ฉนวนซึ่งมีรูปแบบและการติดตั้งที่เหมาะสมกับพื้นที่ สอดคล้องกับการใช้งานจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการลดการใช้พลังงานภายใน บ้าน

12. กันแสงแดดดีต้องมีชายคา
กันสาด หรือชายคาบ้านเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญกับอาคาร บ้านเรือนในเขตร้อนเช่นประเทศไทย เนื่องจากมีคุณสมบัติการ ป้องกันแสงแดด(ความร้อน)ไม่ให้ตกกระทบผนังและส่องผ่านเข้าสู่ช่องแสงและ หน้าต่างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ตำแหน่ง และทิศทางการติดตั้งกันสาดที่มีความจำเป็นมากที่สุด คือ ด้านที่มีแสงแดดรุนแรง ได้แก่ ทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ ข้อดีอีกประการของการติดตั้งชายคาและกันสาด คือ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการป้องกันฝนเข้าสู่ ตัวบ้านอีกด้วย

13. ห้องไหนๆติดเครื่องปรับอากาศ อย่าลืมติดฉนวน
การ ลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่สำคัญ คือ ลดความร้อนที่ถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านและพื้นที่ใช้สอย ดังนั้น การติดตั้งฉนวนกันความร้อนในพื้นที่ห้องที่ปรับอากาศเพื่อลดความร้อนนอกจาก จะทำให้ห้องเย็นสบายจากแสงแดดและ ป้องกันความร้อนเข้าตัวบ้านแล้วยังทำให้สภาพภายในห้องปรับลดอุณหภูมิลงอย่าง รวดเร็วเนื่องจากมีความร้อนสะสมอยู่ภายในห้องน้อยจึงช่วยลดค่าไฟฟ้าของ เครื่องปรับอากาศได้

14. บานเกล็ด บานเปิด บานเลื่อน ต้องใช้ให้เหมาะสม
หน้าต่าง แต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการใช้สอยที่แตกต่างกันตามความต้องการ จึงควรเลือกชนิดของหน้าต่างให้ เหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้อง...หน้าต่างบานเปิดมีประสิทธิภาพในการรับกระแสลม สูงที่สุด...แต่อย่างไรก็ตาม ต้องจัดวางให้สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของกระแสลมด้วย นอกจากนี้พึงระวังการใช้หน้าต่างบานเกล็ดในห้อง ปรับอากาศ เพราะหน้าต่างชนิดนี้มีรอยต่อมาก ทำให้อากาศภายนอกรั่วซึมเข้ามาได้ง่าย จึงส่งผลให้ความร้อนและ ความชื้นถ่ายเทสู่ภายในห้องได้สะดวกเช่นกัน ซึ่งเป็นผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น

15. ทาสีผนังให้ใช้สีอ่อน ไม่ร้อนดี แต่ถ้าเปลี่ยนสี (เข้ม) ต้องมีฉนวน
สี ผนังมีผลต่อการสะท้อนแสงแดดและความร้อนเข้าสู่อาคารมากน้อยต่างกัน สีอ่อนจะมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดด และการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในบ้านดีกว่า สีเข้มตามลำดับความเข้มของสี ผนังภายนอกที่สัมผัสแสงแดดจึงควรเลือกใช้สีโทนอ่อน เช่น ขาว ครีม เป็นต้น เพื่อช่วยสะท้อนความร้อน ในทางกลับกันหากต้องการทาสีผนังภายนอกบ้านเป็นสีเข้มก็สามารถ กระทำได้ แต่ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งที่โดนแสงแดดหรือต้องมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใน บริเวณนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนเป็นการชดเชย นอกจากสีภายนอกอาคารแล้ว การทาสีภายในอาคารด้วยสีอ่อน จะช่วยสะท้อนแสงภายในห้อง เพิ่มความสว่างภายในบ้าน ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้โคมไฟมากเกินไป

16. ห้องติดเครื่องปรับอากาศต้องไม่ไร้บังใบประตูหน้าต่าง
ความ ชื้นในอากาศที่รั่วซึมเข้าภายในอาคารบ้านเรือน (Air Infiltration) เป็นสาเหตุของภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ และ ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการป้องกันปัญหาด้วยการออกแบบที่กระทำได้ไม่ลำบากคือ การเลือกใช้ประตูและหน้าต่างห้องในบ้านที่มีการบังใบวงกบ เพื่อลดการรั่วซึมของ อากาศร้อนและความชื้นจากภายนอกที่ไหลผ่านรอยต่อวงกบ ประตู หน้าต่าง เข้าสู่ภายใน

กรณี บานหน้าต่างสามารถใช้ซิลิโคนสีใสช่วยปิดช่องอากาศรั่วได้ ส่วนกรณีบานประตูก็สามารถซื้อแผ่นพลาสติกปิดช่องอากาศรั่วมาติดเพิ่มเติม ได้ในภายหลัง โดยควรเลือกชนิดพลาสติกจะทำความสะอาดและกันลมรั่วได้ดีกว่าแบบผ้า

17. ห้องน้ำดีต้องมีแสงแดด
ผนัง ห้องน้ำ เป็นพื้นที่ ไม่กี่จุดในบ้านที่ควรจัดวางให้สัมผัสแสงแดดมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัยและเพื่อลดความชื้นสะสมภายในตัวบ้าน นอกจากนี้การเลือกวางตำแหน่งห้องน้ำทางด้าน ทิศตะวันตกหรือทิศใต้ ยังมีข้อดีในการเป็นพื้นที่กันชน (Buffer Zone) ระหว่างแสงแดดกับพื้นที่ในบ้านได้อีกด้วย

นอกจากจะต้องมีช่องแสงแดด ที่มากแล้ว ควรมีช่องลมในปริมาณที่มากพอ เพื่อระบายความชื้นภายในห้องน้ำด้วยซึ่งมีข้อควรระวัง คือ ติดตาข่ายป้องกันแมลงที่ช่องลมด้วย

18. รับแสงเหนือเพื่อประหยัดแสงไฟ
ช่อง แสงหรือหน้าต่างภายในบ้านควรออกแบบจัดวางให้เอื้อต่อการนำแสงธรรมชาติส่อง เข้ามาภายในห้องได้ ทุกๆห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องอาหาร หรือแม้แต่ห้องน้ำ ห้องเก็บของและบันได เพื่อลด การใช้พลังงานไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าในบ้าน เนื่องจากแสงธรรมชาติเป็นแสงที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดและไม่เสีย ค่าใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่มากับแสงธรรมชาติ คือความร้อน ดังนั้นทิศทางช่องแสงหรือหน้าต่างในบ้าน ที่ดีที่สุด คือทิศเหนือ เนื่องจากได้รับอิทธิพลความร้อนของแสงแดดน้อยที่สุดในรอบปี (ดวงอาทิตย์อ้อมเหนือเพียง 3 เดือน) และมีลักษณะความสว่างคงที่ (Uniform) ในแต่ละวัน

19. คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ...ต้องวางให้ถูกที่
การ วางตำแหน่งคอมเพรสเซอร์ นอกจากจะพิจารณาเรื่องความ สวยงามแล้วยังมีผลอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง ปรับอากาศและการทำความเย็นภายในห้อง จึงควรเลือกวางตำแหน่ง เครื่องให้อยู่ในจุดที่พัดลมของเครื่องสามารถระบายความร้อน ได้สะดวก ไม่มีสิ่งกีดขวางทิศทางลม และนอกจากนี้ตัวเครื่องต้อง ไม่ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากนักในช่วงเวลากลางวัน เช่น ทิศเหนือหรือตะวันออก เพราะการสะสมความร้อนที่ตัวเครื่องใน ปริมาณมาก จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้น

20. ไม่ใช้หลอดไส้..หลอดร้อนหลากสี.. ชีวีเป็นสุข
หลอด ไฟฟ้าชนิดหลอดไส้ (Incandescent Lamp) หลอด ฮาโลเจน (Halogen Lamp) ที่มีสีสันสวยงามเหล่านี้เป็นดวงโคม ที่นอกจากจะให้ความสว่างแล้วยังปล่อยความร้อนสู่พื้นที่ภายในห้องใน ปริมาณมาก เมื่อเทียบกับหลอดผอมหรือหลอดฟลูออเรสเซนท์ และหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนท์หรือหลอดตะเกียบ ซึ่งมี ประสิทธิภาพทางพลังงาน (Efficacy) สูงกว่า คือให้ความสว่างมาก แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า ในห้องที่มีการปรับอากาศ การใช้งาน หลอดตระกูลหลอดไส้เหล่านี้ ทำให้ห้องมีความร้อนเพิ่มมากขึ้น และเครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น

ที่มา: จากกระทรวงพลังงานและทรัพยากรณ์
ซื้อขายบ้าน โครงการบ้านใหม่ ติดตามได้ที่นี่

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สิ่งของ10อย่าง ที่คุณควรตัดใจทิ้งมันไปซะ ก่อนที่บ้านจะรก!

สิ่งของ10อย่างที่ควรตัดใจทิ้งก่อนบ้านรก

เคยหรือไม่ เวลาที่เดินๆ อยู่ในบ้านแล้วเดินสะดุดหกล้มเพราะข้าวของที่วางรก ระเกะระกะ ไม่เป็นที่เป็นทาง หรือมือไม้ก็ไปปัดป้องจนไปโดนของตกหล่นในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ มันสามารถอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ว่า เป็นเรื่องของแรงโน้มถ่วง หรืออีกนัยน์หนึ่งก็คือบ้านหรือห้องของคุณเริ่มมีสิ่งของที่ “มันไม่จำเป็น” เยอะเกินไปแล้วนั่นเอง
ปัญหาดังกล่าวนี้ มักจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเจ้าของบ้านเป็นคน “ขี้เสียดาย” และมักจะคิดว่า “เก็บเอาไว้ก่อน เผื่อจะได้ประโยชน์ใช้วันหลัง” เพราะบรรดาสิ่งของใช้เครื่องเหล่านี้ต่างจากพวกของกินที่มีวันหมดอายุระบุแน่นอน แต่ก็เชื่อเหอะ ของที่อยู่ในรายการต่อไปนี้ หากคุณมันเอาไปรีไซเคิล บริจาค หรือขายต่อนั้น น่าจะมีประโยชน์มากกว่าการที่คุณเก็บเอาไว้ให้เต็มพื้นที่บ้านแน่นอน

สิ่งของ 10 อย่างที่ควรทิ้งมากกว่าเก็บไว้
1. รีโมทเก่าๆ
เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันส่วนใหญ่ที่ซื้อมา ก็มาคู่พร้อมกับรีโมทคอนโทรล ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี บลูเรย์ เครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่เครื่องดูดฝุ่นบางรุ่น แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งมันเกิดชำรุดแตกหัก ก็ไม่ควรที่จะเก็บไว้ นอกเสียจากคุณต้องการเก็บไว้เป็นอนุสรณ์สิ่งเตือนทางใจว่าครั้งหนึ่งเคยใช้โทรทัศน์รุ่นนี้
2. เครื่องครัวที่มีเอาไว้โชว์ มากกว่าใช้
สำหรับคนบางคน การมีเครื่องครัวที่ครบชุด เป็นเรื่องของความรู้สึกทางใจ แต่ถามว่าได้ใช้บ้างหรือไม่ อาจจะต้องใช้เวลานึกคิดย้อนกลับไปนานหลายเดือน หรืออาจจะเป็นปี ว่าได้ใช้ครั้งสุดท้ายตอนไหน ถ้าคำตอบในใจของคุณตอนนี้ยังคลุมเครือ แนะนำให้ยกให้คนที่น่าจะใช้ประโยชน์ได้มากกว่า เพราะการเก็บไว้นอกจากฝุ่นจะจับแล้ว ของบางอย่าง ยิ่งถ้าเป็นเครื่องไฟฟ้าแล้ว หากไม่ได้ใช้นานๆ มันก็อาจจะเสียได้

3. หนังสือหรือแมกกาซีนที่มีอายุมากกว่า 2 เดือน
หากคุณเป็นนักอ่านตัวยง ปัญหาที่คุณต้องเผชิญพบเจอคือจำนวนหนังสือ-แมกกาซีนที่มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เว้นเสียแต่ว่าคุณได้สมัครสมาชิกเพื่ออ่านแบบออนไลน์ไว้ การเก็บแมกกาซีนที่ซื้อไว้ในบ้านทุกเล่มคงไม่ใช่ไอเดียที่ดีนัก ดังนั้น ควรจะคัดแยกเล่มที่คุณคิดว่าชอบที่สุด หรือน่าจะเอากลับมาอ่านซ้ำอีกครั้งไว้ในกล่องหรือในที่ที่มั่นใจว่าจะไม่มีฝุ่นหรือปลวกมารังควานได้ ส่วนที่เหลือ หากไม่ขายต่อร้านหนังสือมือสองหรือชั่งกิโลขาย ก็อาจจะนำไปบริจาคให้กับห้องสมุดชุมชนเพื่อเป็นการแชร์ความรู้ให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านต่อไป
4. กล่องใส่ของหรือขวดที่ไม่มีฝาปิด
หากเหตุผลที่คุณไม่ใช้กล่องหรือขวดนั้นเพราะว่าไม่มีฝาปิด ก็ไม่มีเหตุจูงใจใดๆ ที่คุณจะเก็บมันไว้ให้รกพื้นที่ นอกเสียจากคุณจะมีไอเดียในการนำไปเป็นพร็อพตกแต่งหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น รีไซเคิลซะ

5. เสื้อผ้าเก่าที่ใส่ไม่ได้แล้ว
เหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับคุณสุภาพสตรีขานักช้อปทั้งหลาย ที่เพลิดเพลินบันเทิงใจกับการได้อยู่ในกระแสแห่งแฟชั่นเสมอๆ บางรายซื้อจนลืมใส่ก็มี หรือใส่ครั้งเดียวไม่ถูกใจก็ปลดระวางเก็บทิ้งไว้ในตู้ จนนานวันก็จะแน่นล้นออกมากองนอกตู้ก็มี คุณอาจจะคิดว่าเผื่อวันไหนอยากใส่ก็จะได้หยิบมาใส่ เพราะแฟชั่นสมัยนี้บางทีก็มีวนมาเป็นรอบๆ แต่เชื่อเหอะว่าความสุขของคุณคือการได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ดังนั้น เสื้อผ้าเซ็ทเก่าๆ ที่ไม่มีใช้ก็อาจจะไปโพสต์ขายเป็นเสื้อผ้ามือสอง หรืออาจจะไปบริจาคให้กับการกุศลบ้าง น่าจะดีกว่าเก็บไว้จนเหลือง

6. เครื่องสำอางเก่าเก็บ
อีกหนึ่งเคสสำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่เคยหยุดสวย และมักจะหาเครื่องประทินผิว บำรุงความงามให้กับตัวเองอยู่เสมอ จนบางทีมีมากเกินความจำเป็น หันมาดูอีกทีพื้นที่บนโต๊ะเครื่องแป้งไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว ครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางส่วนใหญ่มีอายุของมัน ถ้าเลือกได้ คุณคงไม่อยากจะเอาครีมอายุ 2 ปีมาทาหน้าหรอก ตัดใจทิ้งซะ!

7. รองเท้าเก่า-รองเท้าที่กัด
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าปัญหาของหลายๆ บ้านคือเรื่องชั้นวางรองเท้าไม่เพียงพอกับจำนวนรองเท้าที่มี แต่เชื่อเถอะว่าคู่ที่คุณใส่เป็นประจำน่าจะมีแค่ 2-3 คู่ และในจำนวนนั้นอาจเป็นคู่ที่ใส่เพียงแค่ครั้งเดียวเพราะใส่แล้วถูกกัดหรือไม่สบายเท้า ยิ่งคู่ไหนที่ไม่ได้ใส่นานๆ หากเก็บไม่ดีก็อาจจะเสื่อมไปตามสภาพได้
8.โปสการ์ด/ การ์ดอวยพรต่างๆ
การ์ดอวยพรเป็นหนึ่งในตัวแทนความทรงจำดีๆ ที่มาในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความหมายกับคุณเป็นพิเศษ หากคุณต้องการที่จะเก็บความทรงจำดีๆ เหลานี้ไว้ ก็ให้หากล่องมาใส่ไว้ให้เป็นระเบียบ
9. ร่มที่พังแล้ว
คำถามคือ… เก็บไว้ทำไม? เพราะถึงอย่างไรคุณก็ไม่ได้คิดจะนำร่มที่ด้านหัก สปริงเสียไปซ่อมแทนการซื้อคันใหม่อยู่แล้ว ดังนั้น ทิ้งซะ!
10. ปฎิทินเก่าๆ
นอกเสียจากว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดีจนคุณไม่อยากจะโยนทิ้งสิ่งที่เป็นตัวแทนของปีนั้นทิ้ง หลายคนเสียดายรูปสวยๆ ในปฏิทิน หากเป็นกรณีนี้ คงต้องดึงไอเดียเก๋ๆ ออกมาใช้และแปลงปฎิทินที่หมดอายุการใช้งานเหล่านั้นเป็นของแต่งบ้านชิคๆ ก็น่าสนใจดีนะ
ทีนี้ คุณลองหันไปมองรอบๆ ตัว แล้วดูสิว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในบ้านอันแสนสุขหรือสุสานแห่งความทรงจำ หากมีลักษณะใกล้เคียงกับอันหลัง คงถึงเวลาที่คุณจะต้องลงมือจัดการอะไรสักอย่างแล้วล่ะ


ที่มา : ddproperty.com
สามารถติดตาม โครงการบ้านใหม่ และประกาศขายบ้าน ได้ที่ http://home.sanook.com/4805/







วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หลักการเลือก ซื้อขายบ้านใหม่และที่ดินให้ไกลจากน้ำ (ท่วม)

วิธีการเลือก ซื้อขายบ้านใหม่และที่ดินไม่ให้ถูกน้ำท่วม

จากคำถามของหลายๆ คนที่บอกและได้ถามมาจะมีแผนการปลูกบ้านใหม่หรือ ซื้อขายบ้าน หลังใหม่หลังจากเกิดน้ำท่วม คงต้องไตร่ตรองและคิดและควรจะคิดให้หนักมากขึ้น เพราะคำถามหลายๆคำถามว่า จะ ซื้อบ้าน แถวไหนถึงจะรอดจากน้ำท่วม จะปลูกบ้านในย่านไหน และ บ้านสองชั้นจะมีโอกาสรอดจากน้ำท่วมหรือเปล่า หรืออาจจะต้องศึกษาข้อมูลด้านไหนส่วนไหนอะไรบ้างก่อนที่จะ ซื้อบ้าน จึงจะปลอดภัยจากน้ำท่วมที่อาจจะเกิดในอนาคตต่อไปได้ คำตอบนั้นง่ายเพียงนิดเดียว เมื่อผู้ซื้อเป็นห่วงว่า “น้ำ” จะท่วมบ้านคุณอีกหรือไม่ ก็ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับ “น้ำ” ที่เกี่ยวข้องกับบ้านและ ที่ดิน เป็นหลัก เป็นเรื่องปกติที่เวลาคุณจะเลือกซื้อหาบ้านจัดสรร โครงการบ้านเดี่ยว หรือเลือกซื้อ ที่ดิน ปลูกบ้านใหม่ ผู้ซื้อมักเลือกจากทำเลที่ตั้งว่าใกล้สถานที่สำคัญ หรือไม่ เช่น ที่ทำงาน โรงเรียนของลูก ศูนย์การค้า ตลาด ทางด่วน สนามบิน ฯลฯ ควบคู่ไปกับการเลือกจากข้อมูลรูปแบบบ้าน ราคา และชื่อเสียงของบริษัท เป็นต้น แต่หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 ประกอบกับการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับ “น้ำ” อยู่ตลอดเวลาจากสื่อมวลชนต่างๆ ถึงแม้ว่าบ้านสองชั้นจะมีโอกาสรอดจากน้ำท่วม แต่ก็ยังมีบ้านชั้นสองอีกมากที่คนในบ้านต้องอพยพย้ายหนีกันไปทั้งที่ระดับน้ำยังไม่สูงมากนักด้วยเหตุผลเรื่องน้ำของผู้อยู่อาศัยควรปรับปรุงแก้ไขอะไรเพื่อให้เรายังพอจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้อย่างไม่ลำบากในช่วงน้ำท่วมครั้งหน้า และที่สำคัญจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องขายบ้านทิ้งและอพยพหนีน้ำกันไปแบบถาวร

ด้วยเหตุนี้ “ผู้ซื้อ” หรือ “ผู้บริโภค” จะต้องศึกษาข้อมูลและทำการบ้านให้มากขึ้น ก่อนจะตัดสินใจตั้งหลักปักฐานให้กับตนเองและครอบครัวมีเรื่องอะไรกันบ้าง ดังนี้
 โซนแผนผังเมือง : โซนสีต่างๆ ที่ปรากฎในผังเมืองเป็นตัวบ่งชี้ว่าเมืองนั้นๆ ได้มีการกำหนดแนวทางการใช้พื้นที่ดินแต่ละเขตแบ่งออกเป็นอย่างไร มีการใช้งานในลักษณะใดบ้าง เช่น พาณิชยกรรม ที่อยู่อาศัย หรือจะเป็นพื้นที่ เกษตรกรรม หรือพื้นที่รับน้ำ(flood way)หรือไม่ หากใช่ควรจะอยู่ห่างๆจากโซนเหล่านี้ไว้จะดีกว่า

แนวคันกั้นน้ำ : ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีการวางตำแหน่งคันกั้นน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำตามพระราชดำริไว้ การเลือก ซื้อบ้าน หรือ ที่ดิน ที่อยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำก็จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมได้ระดับหนึ่ง

ตำแหน่งของคู คลอง แหล่งน้ำธรรมชาติ : จากประสบการณ์น้ำท่วมในครั้งใหญ่ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่าน้ำจะเอ่อล้นจากเส้นทางน้ำธรรมชาติคือ คูคลอง ต่างๆ พร้อมกับค่อยๆ ผุดๆปุดๆ ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำตามถนนหนทางต่างๆ ดังนั้นบ้านเรือนริมน้ำที่หลายคนชอบไปอยู่เพราะ คิดว่ามีวิวทิวทัศน์สวยงามก็จะมีความเสี่ยงจากน้ำมากเช่นกัน

ความสูงต่ำของที่ดินหรือพื้นที่ตั้ง (Topography) : แต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิประเทศจะมีระดับความสูงต่ำของที่ดินหรือที่ตั้งที่แตกตต่างกัน ทำให้เมื่อน้ำท่วมระดับน้ำในแต่ละพื้นที่จะมีความลึกต่างกันเหมือนกับระดับในสระว่ายน้ำ เห็นได้จากเวลามองที่ผิวน้ำ จะพบว่าผิวน้ำด้านบนมีความเรียบเสมอกัน แต่ก้นบ่อของสระว่ายน้ำจะมีระดับลึกหรือตื้นต่างกัน ดังนั้นหากเลือกที่ดินสำหรับปลูกบ้านในพื้นที่ที่มีระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลอ้างอิง หรือระดับถนนสาธารณะภายนอกหมู่บ้านของเราก็จะมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมน้อยกว่า

เส้นทางน้ำไหล : เมื่อฝนตกลงบนผิวดิน น้ำจะซึมลงไปในดินและผิวดิน ส่วนที่เป็นน้ำบนผิวดินจะไหลลงสู่ที่ต่ำและไหลลงไปสู่แม่น้ำลำคลอง ที่เหลือจะซึมลงผิวดิน ดังนั้นการเลือกตำแหน่งในการปลูกสร้างบ้านเรือนด้องไม่ขวางทางที่น้ำไหลผ่าน เพราะแรงของน้ำนั้นมหาศาลสามารถทำให้ถนนขาดหรือบ้านถล่มได้ ดังนั้นในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือแม้แต่กรุงเทพฯ ก็ตามก่อนจะสร้างบ้านหรือซื้อที่ดินต้องลองสังเกตว่า เมื่อฝนตกลงมาแล้วเส้นทางการไหลของน้ำฝนหรือน้ำธรรมชาติอื่นๆ ไหลผ่านแนวที่ดินของเราหรือไม่ หากมีก็ควรจะหลีกเลี่ยง

มาตรการป้องกันน้ำท่วม : ข้อมูลนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ลูกค้าทุกคนควรสอบถามเพื่อความมั่นใจในอนาคตว่า หมู่บ้านจัดสรรแต่ละโครงการที่ท่านสนใจมีการเตรียมการหรือมีแผนรองรับเหตุน้ำท่วมไว้อย่างไรบ้าง อาทิ การ จัดเตรียมพื้นที่หน่วงน้ำ การจัดทำเขื่อนหรือคันกั้นน้ำภายในโครงการ รูปแบบการระบายน้ำ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อการอพยพหนีน้ำว่ามีหรือไม่ ฯลฯ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจากน้ำท่วมในทำเลที่ตั้ง ว่ามีมากเพียงใด

ประเด็นเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของผู้บริโภคในฐานะผู้ที่คิดจะ ซื้อบ้าน หรือ ที่ดินใหม่เพื่อจะปลูกบ้านในอนาคต ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจและประเมินความเสี่ยงจากน้ำ (ท่วม) ได้ด้วยตนเอง เพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านและครอบครัว แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของบริษัทบ้านจัดสรรและเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่จะต้องนำเสนอให้ลูกค้าพิจารณาประกอบการขายตั้งแต่แรกเพื่อแสดงถึงความจริงใจและอาจใช้เป็นแรงจูงใจทางการตลาดได้อีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : TerraBKK.com