แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลือกใช้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลือกใช้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

จัดบ้านสบายไม่มีร้อน กับ สุดยอดแนวทางเลือกใช้วัสดุประตูหน้าต่าง

จัดบ้านสบายไม่มีร้อน กับ สุดยอดแนวทางเลือกใช้วัสดุประตูหน้าต่าง

เมื่อคุณซื้อขายบ้านมานั้น ความสบายในการพักอยู่อาศัยภายในบ้านอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยหลาย ๆ อย่างรวมกัน เช่น ทิศที่ตั้งของบ้าน ขนาดพื้นที่ อุณหภูมิ ความชื้น และอีกปัจจัยหนึ่งก็มีความสำคัญไม่แพ้ข้ออื่นๆ เลย ก็คือ การระบายอากาศภายในบ้าน

ประเทศของเรานั้นมักปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอากาศร้อนและแสงแดด แต่ใช่ว่าจะมีแบบบ้านที่อยู่แล้วสบายไม่ได้ ดังนั้นเราควรสร้างบ้านให้มีการระบายและถ่ายเทอากาศได้ดี โดยการเจาะช่องเปิดของหน้าต่างในตำแหน่งและทิศทางที่เหมาะสม จะช่วยทำให้เกิดสภาวะของความน่าสบายภายในบ้าน รู้อย่างนี้แล้วเราจึงต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของบานประตูและหน้าต่าง เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องของการสร้างบ้านที่ถือว่าละเลยไม่ได้เลยจริงๆ

ในการติดตั้งบานกรอบของประตูและหน้าต่างนั้น ในปัจจุบันมีวัสดุหลายชนิดให้เราได้เลือกใช้ นอกจากเราจะเลือกวัสดุจากความสวยงามและราคาแล้ว ซึ่งต้องคำนึงถึงและมีความสำคัญมากก็คือ ความเหมาะสมกับการนำไปใช้งานนั่นเอง โดยตามท้องตลาดในปัจจุบันมีวัสดุบานกรอบประตูหน้าต่างให้เลือกหลายชนิดดังนี้

ไม้... มีความสวยงามตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากสีของเนื้อไม้และลายไม้ซึ่งจะแตกต่างกันตามชนิดของไม้ เราก็ควรเลือกใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ไม้เต็ง เพราะจะมีความทนทานใช้งานได้นาน โดยจะต้องเลือกไม้ที่ไม่มีรอยแตก รอยบิ่น ไม่โก่งหรือบิดตัวจะได้ไม่เกิดปัญหาแก่การใช้งานในภายหลัง โดยทั่วไปแล้ว ในตามท้องตลาดก็จะมีขนาดของประตูมาตรฐาน คือกว้าง 0.80 เมตร สูง 2 เมตร แต่เราสามารถเลือกขนาดได้ตามความต้องการของเรา เช่น ใช้ประตูที่มีความกว้างมากกว่าปกติไว้สำหรับทางเข้าหลักของแบบบ้าน และโดยทั่วไปแล้ววงกบไม้จะมีขนาด 2” X 4” หรือ 2”X 5”

เหล็ก...ส่วนใหญ่มักจะใช้กับบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ เช่น ในโรงงาน โรงรถ ห้องเก็บของ โกดัง หรือการใช้ประตูเหล็กทนไฟ ในโรงพยาบาล วงกบเหล็ก มีกรอบเหล็กผลิตแบบขึ้นรูป ขนาด 50 X 100 X 1.6 มิลลิเมตร บานเหล็กใช้แผ่นเหล็กผลิตโดยการพับขึ้นรูปมาจากโรงงาน ประตูเหล็กนั้น สามารถทนไฟได้ในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นประตูหนีไฟ ก็จะมีการเคลือบฉนวนและติดยางกันควันไว้ จะทนไฟได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง

อลูมิเนียม...มีหลายสีให้เลือกใช้ เช่น อลูมิเนียมสีชา สีดำ สีน้ำตาลเข้ม (สีค่อนไปทางน้ำตาล) อลูมิเนียมสีธรรมชาติ (ซึ่งก็คือวงกบอลูมิเนียมที่มีสีเงิน ๆ นั่นเอง) และมีการใช้ระบบในการเคลือบสีที่เรียกว่า POWDER COATING ซึ่งการเคลือบสีแบบนี้เราจะสามารถเลือกใช้สีได้ตามความต้องการ และมีความทนทานที่มากกว่า ซึ่งราคาก็จะสูงกว่าอลูมิเนียมธรรมดา ส่วนมากที่เห็นได้ทั่วไปจะเป็นสีขาวและ สีดำ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างไม้กับอลูมิเนียมแล้วจะเห็นได้ว่าวัสดุอลูมิเนียมจะมีความสม่ำเสมอมากกว่าไม้ เพราะว่าจะผลิตออกมาจากโรงงาน สามารถควบคุมคุณภาพของวัสดุได้ จึงมีราคาสูง แต่ถ้าหากเราใช้ไม้เกรดดีมาก ๆ ก็อาจจะแพงกว่าการใช้อลูมิเนียมได้ อลูมิเนียมจึงมักถูกใช้เป็นวงกบ หรือขอบประตูในห้องน้ำ หรือตามริมทะเล เนื่องจากไม่ผุกร่อนง่ายเหมือนไม้และไม่ขึ้นสนิมหากอยู่กับสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้ทะเล

กระจก...จะนำมาใช้ในส่วนของลูกฟักประตูและหน้าต่าง เราสามารถเลือกชนิดกระจก เป็นกระจกเทมเพอร์ ซึ่งเป็นกระจกนิรภัยที่แตกออกเป็นเม็ดข้าวโพด หรือกระจกลามิเนตที่คุณสามารถเลือกสีได้ตามความต้องการ นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างลวดลายได้โดยการพ่นทรายลงบนกระจก โดยคุณสามารถเลือกขนาดของกระจกได้ตามความต้องการ โดยกรอบอาจเป็นวัสดุอื่น ๆ เช่น อลูมิเนียม ไม้ UPVC
นอกจากการที่จะเลือกใช้วัสดุของวงกบและบานประตูหน้าต่างแล้ว ความรู้พื้นฐานที่เราควรจะทราบในการติดตั้งวงกบและบานประตูหน้าต่างให้เหมาะสมกับแบบบ้านมีดังนี้
 - การติดตั้งบานประตูหน้าต่างนั้น ไม่ได้ทำพร้อมกับการติดตั้งวงกบ เราจะต้องทำการติดตั้งวงกบไปพร้อม ๆ กับการก่อผนัง หลังจากนั้นจึงเว้นระยะห่างออกไป ค่อยติดตั้งบานประตูหน้าต่างเข้าไป ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่บ้านใกล้เสร็จ เพราะถ้าติดตั้งบานประตูหน้าต่างเลยจะเกิดความไม่สะดวกในการก่อสร้าง เช่นการเคลื่อนย้ายวัสดุต่างๆ
- ในการติดตั้งวงกบกรณีที่เป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน จะต้องมีเสาเอ็นและทับหลังโดยรอบเพื่อยึดตัววงกบกับผนัง เพราะถ้า ผนังก่ออิฐฉาบปูน มาชนกับวงกบเฉยๆ จะทำให้การเชื่อมต่อนั้น ไม่แข็งแรง เกิดการแตกร้าวได้ ในการติดตั้งวงกบอลูมิเนียมเมื่อวางวงกบอลูมิเนียมบนผนัง จะต้องเว้นช่องว่างไว้ ประมาณ 0.5 ซม. แล้วจึงใส่ซิลิโคนเข้าไปอุดรอย ต่อระหว่างอลูมิเนียมกับขอบปูน เพื่อป้องกันการรั่วซึมจากน้ำ ฝน ส่วนวงกบ PVC. นั้นผลิตจากเนื้อ PVC. ที่มี โครงสร้างภายในเป็นเหล็กเสริม ติดตั้งได้ทั้งผนังไม้ ปูน และโลหะ การเข้ามุมต่างๆ จะใช้ความร้อน สามารถทำให้ประสานกันได้สนิทและสวยงาม
-  การหล่อเสาเอ็นและทับหลังควรทำโดยการวางตำแหน่งของวงกบก่อนแล้วก่ออิฐทำผนัง เข้าหาวงกบที่ทำไว้ เว้นช่องให้มี ขนาดเท่ากับเสาเอ็นที่กำหนดใบแบบ จากนั้นทำการผูกเหล็ก วางไม้แบบ แล้วเทคอนกรีตตามไม้แบบที่วางไว้จะได้เสาเอ็น ไม่ควรทำเสาเอ็นและทับหลังก่อนโดยเว้นช่องไว้แล้วค่อยมาติดตั้งวงกบในภาย หลังการกระทำดังกล่าวจะทำให้การเชื่อมต่อระหว่าง วงกบกับเสาเอ็นและทับหลังไม่เชื่อมสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน อาจเกิดร่องห่าง เป็นสาเหตุให้น้ำฝนซึมเข้า หรือเกิดการ แตกร้าวตรงรอยต่อ ได้ในภายหลัง

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุและการติดตั้งบานประตูหน้าต่าง
 1.วัสดุที่ใช้ทำบานประตูหน้าต่างต้องอยู่ในสภาพที่ดี ถ้าเป็นอะลูมิเนียม ต้องอยู่ในสภาพที่ไม่มีรอย บุบหรือบิดงอ ถ้าเป็นบานประตูหน้าต่าง ที่ทำด้วยไม้ จะต้องไม่มีรอยแตกหรือผุ ไม่บิดงออย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบานประตูที่ทำด้วย ไม้อัดจะต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยแตกปริ หรือปูดของแผ่นไม้อัดความชื้น ซึ่งสามารถพบเห็นได้บ่อย
2.สำหรับประตูหน้าต่างชนิดบานเลื่อน ควรเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา และไม่บิดงออย่างเช่น อลูมิเนียม เพราะจะสะดวกต่อการใช้งาน เวลาเลื่อนเปิดหรือปิด จะไม่เกิดการติดขัดเนื่องจากน้ำหนักของวัสดุ แต่ถ้าเป็นประตูหน้าต่างบานเปิด สามารถเลือกใช้ได้ทั้งไม้และอลูมิเนียมเพราะน้ำหนักของวัสดุไม่มีผลมากในการใช้งาน
3.การเลือกชนิดวัสดุต้องคำนึงถึงพื้นที่การใช้งานด้วย เราไม่ควรเลือกใช้ไม้ในกรณีที่อยู่ภายนอกบ้านซึ่งต้องเจอกับน้ำฝน และแสงแดดที่ร้อนจนทำให้ไม้ซีดจางและผุกร่อนหรือใช้ในบริเวณห้องน้ำ ถ้าหากจะใช้ไม้ก็ควรจะเป็นไม้จริงทาด้วยสีน้ำมันหรือใช้ไม้อัดที่เป็นชนิดกันน้ำ
 4.ประตูที่อยู่ติดกับภายนอกอาคารหรือประตูห้องน้ำควรเป็นประตูบานเปิดที่เปิดออกนอกบ้านเพื่อป้องกันปัญหาการไหลย้อนของน้ำฝนเข้ามาทางประตูหน้าต่าง และควรทำขั้นเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นเข้ามาในบ้าน

ที่มา forfur

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

3 สเต็ปง่ายๆในการเลือกผ้าปูที่นอนให้กับบ้านคุณ

3 สเต็ปง่ายๆในการเลือกผ้าปูที่นอนให้กับบ้านคุณ


ผ้าปูที่นอนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การนอนให้กับคุณ ซึ่งหลายคนอาจเคยเจอปัญหาที่ไม่สามารถเลือกผ้าปูที่นอนที่มันเหมาะสมกับตัวเองได้ เพราะในท้องตลาดก็มีผ้าปูที่นอนมากมายหลากหลายรูปแบบให้เราได้เลือกสรร แต่ที่น่าตกใจคือ ราคาของผ้าปูที่นอนบางประเภทนั้นมีราคาที่สูงจนคุณนึกไม่ถึง แล้วผ้าปูที่นอนแบบไหนล่ะ ที่เหมาะกับคุณ วันนี้เรามี 3 ขั้นตอนมาเป็นเคล็ดลับตัวช่วยให้คุณเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่ถูกใจได้อย่างง่ายๆ

Step 1 เลือกขนาดของผ้าปูที่นอนให้ตรงกับขนาดที่นอน
สำรวจที่นอนและเตียงของเรานั้นว่ามันมีขนาดเท่าไหร่ เมื่อเราทราบขนาดของที่แน่นอนแล้ว ก็มาเริ่มเลือกผ้าปูที่ขนาดเหมาะพอดีกับที่นอน ไม่ควรเลือกใช้ผ้าปูที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าที่นอน เพราะจะทำให้ผ้าไม่เรียบตึง เมื่อใช้งานจริงแล้วยังทำให้ผู้นอนนั้นรู้สึกไม่สบายตัว ขณะนอนหลับอีกด้วย

ในเมืองไทยส่วนมาก มีขนาดผ้าปูที่นอน ดังนี้
      • Single fitted sheet 42 X 78 นิ้ว (3.5 X 6.5 ฟุต)
      • Queen fitted sheet 60 X 78 นิ้ว (5 X 6.5 ฟุต)
      • King fitted sheet 72 X 78 นิ้ว (6 X 6.5 ฟุต)

ผ้าปูที่นอนนั้นจะมี 2 แบบที่เป็นตามมาตรฐาน ก็คือ แบบรัดมุม(มียางยืด) และแบบไม่รัดมุม

Step 2 เลือกเนื้อผ้าในแบบที่ใช่
หลังจากทราบขนาดของที่นอนแล้ว ต่อมา เราจะมาดูกันในส่วนของตัวเนื้อผ้า (ปูที่นอน) ซึ่งถือเป็นส่วนไฮไลท์ที่สำคัญ ชนิดของเนื้อผ้าที่แตกต่างกันจะมีผลต่อคุณภาพของผ้าปูโดยตรง โดยท้องตลาดในปัจจุบันนี้มีเนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย อาทิ

ผ้าฝ้าย (Cotton)
เป็นเนื้อผ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเนื้อผ้ามีความนุ่มสบาย และเป็นเส้นใยที่ได้มาจากธรรมชาติ ถ่ายเทอากาศได้ดี ทำให้ไม่รู้สึกร้อนขณะที่เรานอนหลับ ทั้งยังมีความคงทนและมีหลากหลายราคาให้เลือกซื้อ ผ้าฝ้ายที่เชื่อกันว่าเป็นเนื้อผ้าที่มีคุณภาพดีที่สุด ได้แก่ Egyptian cotton และ Pima cotton ซึ่งมีเส้นใยเหนียวแน่นและทนทาน สำหรับใครที่มองหาผ้าปูที่นอนที่ดูแลรักษาง่าย แนะนำให้เลือกเนื้อผ้าที่ทำจากฝ้าย

ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ (Poly-cotton)
เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ถึงแม้จะไม่สามารถระบายอากาศได้ดีเทียบเท่าผ้าฝ้ายแท้แล้ว แต่ฝ้ายผสมใยสังเคราะห์นี้จะยับได้ยากกว่าผ้าฝ้ายแท้ และราคาที่ถูกกว่า

ผ้าซาติน (Satin)
ผ้าซาตินนั้น มีจุดเด่นที่ให้ความรู้สึกนุ่มเรียบลื่น เย็นสบายผิว และดูหรู แต่ผ้าชนิดนี้มีข้อเสียตรงที่อาจจะค่อยไม่ทนทานเท่าผ้าชนิดอื่นๆ

ผ้าไหม (Silk)
แม้จะเป็นผ้าที่ให้ความรู้สึกหรู นุ่มละมุน แต่ข้อเสียของผ้าไหมแบบนี้ คือไม่ทนทานเท่าผ้าชนิดอื่นๆ ทำความก็สะอาดยาก และมีราคาที่สูง นิยมให้เป็นของขวัญสำหรับคู่แต่งงานใหม่

ผ้าสักหลาด (Flannel)
ผ้าสักหลาดนั้น ทำมาจากขนสัตว์ผสมกับฝ้ายหรือใยสังเคราะห์ ให้ความอบอุ่นได้อย่างมากในฤดูหนาว แต่ผ้าชนิดนี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยซักเท่าไหร่ เพราะเนื่องจากมีอากาศร้อน

นอกจากนี้ ชนิดผ้าที่แตกต่างกันซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของผ้าปูที่นอนที่แตกต่างกันไปแล้ว ความหนาแน่นของเส้นด้ายในการถักทอก็มีผลต่อราคาและคุณสมบัติของผ้าปู โดยผ้าปูที่นอนคุณภาพดีควรมีความหนาแน่นของเส้นด้ายในการทักถอม (Thread count)

Thread count
เป็นตัวบอกจำนวนของเส้นด้ายที่ทอขึ้นเป็นผ้าต่อหนึ่งตารางนิ้ว ผ้าปูที่นอนส่วนใหญ่นั้นมีจำนวนเส้นด้ายอยู่ที่ 180-300 เส้น โดยถ้า thread count มีค่าที่สูงขึ้นจะทำให้ผ้ามีความนุ่มมากขึ้น รวมถึงราคาที่แพงขึ้นด้วย เนื้อผ้าที่ดีนั้น เส้นด้ายในการทอนั้นต้องทอไม่ต่ำกว่า 350 เส้นด้ายต่อ 10 เซ็นติเมตร จะทำให้ผ้าปูที่นอนนั้นมีคุณภาพ
หลายคนมักจะเข้าใจว่า thread count ที่สูงจะมีคุณภาพดี แต่ในความเป็นจริงนั้น คุณภาพที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อผ้าด้วย เช่น ผ้าที่มี thread count สูงแต่ผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน อาจไม่ให้ความนุ่มและความสบายมากเท่ากับผ้าชนิดที่ดีกว่าได้

Step 3 เลือกสีที่ถูกใจ
เชื่อหรือไม่ว่า โทนสีนั้น มีส่วนอย่างมากต่อสภาวะอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผ้าปูที่นอนสีต่างๆ เรามาดูกันว่า สีไหนส่งผลในด้านใดกันบ้าง

โทนสีเย็น
สีฟ้า เป็นสีที่เหมาะแก่การนอนหลับพักผ่อนมากสุด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังทำให้นอนหลับสบาย

สีเขียว ทำให้รู้สึกเราสงบ ผ่อนคลาย และจิตใจให้สดชื่น

สีม่วง เป็นสีกลางระหว่างโทนร้อนกับโทนเย็น ไว้สำหรับห้องนอนเด็ก ผ้าปูที่นอนที่เป็นสีม่วงนับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

สีดำ ผ้าปูที่นอนสีดำจะทำให้ผู้อาศัยรู้สึกร้อนและจำกัดความกว้างของห้อง ห้องที่มีขนาดเล็กจึงไม่ควรที่จะใช้ แต่สำหรับห้องโล่งกว้างผ้าปูสีดำก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดูเก๋ไปอีกแบบ

สีขาว ถือเป็นสีเบสิคของผ้าปูที่นอน เป็นสีทีให้ความรู้สึกสบายตา เหมาะสำหรับห้องนอนของทุกเพศ ทุกวัย

โทนสีอุ่น
สีแดง เป็นสีที่เพิ่มพลังงานในร่างกายและช่วยในการไหลเวียนสูบฉีดโลหิต สำหรับคนที่รู้สึกซึมเศร้า หดหู่ ผ้าปูที่นอนสีแดงจะช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นได้

สีส้ม เป็นสีที่ให้ผลใกล้เคียงกับสีแดง คือช่วยให้รู้สึกสบายใจและผ่อนคลายขึ้น

สีเหลือง ทำให้ห้องสว่างขึ้น สำหรับผู้สูงอายุ ที่สายตาไม่ค่อยดี ผ้าปูที่นอนสีเหลืองอ่อนเป็นตัวเลือกที่เหมาะ


       จาก 3 ขั้นตอนง่ายๆ ข้างต้นคงพอจะเป็นไอเดียในการซื้อผ้าปูที่นอนให้กับคุณได้บ้าง ทีนี้ก็ได้เวลาออกไปเลือกแบบที่ใช่ สไตล์ที่ชอบ แล้วพักผ่อนกันให้สบายได้เลย

 สามารถติดตาม ซื้อขายบ้าน ได้ที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เลือกเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรให้เหมาะกับห้องและการใช้งาน

เลือกเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรให้เหมาะกับห้องและการใช้งาน

ตื่นจากความฝันแล้วลุกมาทำอะไรสักอย่าง เช่น เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างไร เพื่อให้บ้านนั้นสวยและเหมาะกับการใช้งานของคุณ วันนี้เรามีฝากค่ะ นอกจากการอำนวยความสะดวกความสบายแล้ว เฟอร์นิเจอร์ยังสะท้อนสไตล์และรสนิยมตัวตนของผู้แต่งบ้านด้วย
สถานที่: เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77
รู้กันดีอยู่แล้ว ว่าการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์นั้น จะช่วยเสริมสร้างสไตล์และช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านดูสวย อีกทั้งหากมีพื้นที่เล็กๆแต่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่ นอกจากการอำนวยความสะดวกสบายแล้ว เฟอร์นิเจอร์ยังสะท้อนสไตล์และรสนิยมของผู้แต่งบ้านด้วย การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มีเกณฑ์ประกอบการพิจารณาหลายอย่างทั้งขนาดพื้นที่ห้อง สไตล์การตกแต่ง และการใช้งาน ลองมาดู 3 ข้อที่เรานำมาฝากกันค่ะ
สถานที่ : H-CAPE RESIDENCE @ SIAMPARK

1.ขนาดพื้นที่ห้อง
สำหรับแบบบ้านที่มีขนาดใหญ่ แต่ละห้องพื้นที่เยอะ ก็ไม่ต้องคิดหนักเลยค่ะ ในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความชอบใจ แต่ก็ต้องดูถึงความเหมาะสมของห้องด้วยนะคะ เช่น พื้นที่ของห้องรับแขกใหญ่มาก แต่เลือกโซฟาดันตัวเล็กนิดเดียว ก็ทำให้ดูไม่สง่า และไม่เหมาะสมกับประสิทธิภาพของพื้นที่ที่เรามีอยู่ แต่ถ้าพื้นที่ห้องเล็ก แคบ ก็ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ประหยัดพื้นที่ซักหน่อยค่ะ หรือถ้าเป็นไปได้ อาจทำบิ้วท์อินเพื่อการใช้งานที่มันครบถ้วน และดูเป็นที่เป็นทาง เช่นชั้นวางของในห้องนอนที่มีขนาดเล็ก ก็อาจจะบิ้วท์ตู้ลอยจากพื้นเพื่อไม่ให้ดูเกะกะมากนัก ดูภาพเพิ่มเติม  H-CAPE RESIDENCE @ SIAMPARK
สถานที่: The 66 Cottage

2.สไตล์การตกแต่ง
ส่วนนี้ต้องอาศัยการสังเกตและศึกษาสไตล์ต่างๆด้วยค่ะ อาจเปิดอินเตอร์เน็ตหรือหนังสือ นิตยสารในสไตล์ต่างๆ มีลักษณะ รายละเอียดเป็นอย่างไร เช่น ถ้าชอบการตกแต่งภายในออกแนวสไตล์คันทรี่ๆหน่อย ก็ไม่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสเตนเลส หรือกระจก เพราะจะดูโมเดิร์นเกินไป หรือถ้าชอบการตกแต่งภายในสไตล์หวานๆ วินเทจๆ ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ในโทนสีพาสเทลสว่างๆเป็นเปอร์เซ็นต์มากกว่าโทนสีมืดมากหน่อยค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ยังจะสามารถผสมผสานสไตล์ต่างๆกันได้บ้างค่ะ ตามแต่ความชอบและเซ้นส์ของแต่ละคน ดูภาพเพิ่มเติม The 66 Cottage
สถานที่: PAPAYA

3.การใช้งาน
เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้ครบกับการใช้งานของห้องแต่ละห้องนั่นเองค่ะ ซึ่งแต่ละห้องควรจะมีเฟอร์นิเจอร์สำคัญๆ ดังนี้ค่ะ ดูเพิ่มเติม PAPAYA
สถานที่: Arden Ladprao 71

              - 3.1 ห้องรับแขก/ห้องนั่งเล่น...เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือโซฟาและเก้าอี้ ลำดับแรกคือการเลือกขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง ถ้าห้องพื้นที่น้อย การใช้โซฟาแบบสองที่นั่งจะประหยัดพื้นที่และสะดวกต่อการนั่งสนทนาตั้งแต่ 2 คน อาจใช้เก้าอี้เสริมที่ยกเก็บได้ในเวลาที่แขกมาเยอะ โซฟาขนาดสามที่นั่งน่าจะเหมาะกับห้องที่มีพื้นที่พอสมควร และต้องการการใช้งานเพื่อนอนชั่วคราวในบ้างครั้ง ส่วนการกำหนดความสูงเตี้ยของโซฟานั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจและรสนิยมของเจ้าของบ้านค่ะ ก่อนซื้อควรมีการทดลองนั่งก่อนนะคะว่าสบายถูกใจหรือไม่
โต๊ะ ต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้เสียก่อน เช่น หากเลือกเป็นโต๊ะอาหารนั้น ควรมีความสูงประมาณ 724 มม. และเก้าอี้ต้องมีความสูงรับกันพอดี ส่วนโต๊ะเตี้ยที่วางใกล้โซฟาหรือเก้าอี้นั้นจะต้องรู้ว่าจะใช้ทำอะไร เช่น วางโคมไฟ ที่เขี่ยบุหรี่ หรือวางถ้วยกาแฟ เป็นต้น แล้วเลือกให้มีความสูงที่เหมาะสม นอกจากนี้ ถ้าเลือกเก้าอี้ไม่มีเท้าแขน การเลือกโต๊ะที่มาเข้าคู่ อาจเตี้ยระดับเบาะรองนั่งได้ แต่ถ้ามีเท้าแขน โต๊ะก็ควรอยู่ต่ำกว่าเท้าแขนประมาณ 1-2 นิ้วเพื่อความสะดวกในการหยิบของ
หิ้งและชั้นเก็บของ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าว่าเราต้องใช้เก็บอะไรบ้าง และต้องเก็บมากเท่าไร และสามารถดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานได้หรือไม่ อาจซื้อตู้เป็นแบบลอยตัวมาตั้งไว้ หรือบิ้วท์ตู้ให้ดูเรียบร้อยไปเลย ตามแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ
              - 3.2 ห้องรับประทานอาหาร...เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้งานกันพร้อมหน้าพร้อมตา เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จึงต้องจัดให้มีความเหมาะสมเพื่อรองรับทุกคนในบ้านได้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือจำนวนที่นั่ง เพราะจะส่งผลถึงขนาดเก้าอี้และโต๊ะที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง สำหรับเก้าอี้ เมื่อเลือกขนาดได้แล้วควรทดลองนั่งดูก่อน ความสูงของเก้าอี้ควรจะพอเหมาะที่จะทานอาหารบนโต๊ะได้อย่างสะดวก มีพนักที่ไม่เอนมากเกินไป หากเก้าอี้เป็นคนละเซ็ตกับโต๊ะ ควรเช็คขนาดให้ดี เพื่อให้เก้าอี้สามารถสอดเก็บใต้โต๊ะได้
สำหรับโต๊ะ เมื่อเลือกขนาดแล้ว ก็มาถึงเรื่องวัสดุผิวหน้าของโต๊ะอาหาร ควรจะมีความคงทน ไม่ชำรุดง่าย และทำความสะอาดได้สะดวก เช่น พลาสติกหรือกระจก ซึ่งช่วยป้องกันการขีดข่วนได้ แต่ถ้าชอบไม้ ก็ต้องดูแลรักษามากกว่าแบบอื่น
              - 3.3 ห้องนอน... การจัดห้องนอนจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของห้องเป็นสำคัญ แต่ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย การเลือกเตียง ควรมีขนาดที่พอดี ถ้าห้องเล็กก็ต้องยอมลดขนาดเตียงให้เล็กลง เพื่อให้มีพื้นที่ในห้องเหลือพอที่จะใช้เป็นทางเดินและทำความสะอาดได้สะดวก แต่ทั้งนี้ก็ต้องสามารถนอนได้สบายอยู่ การเลือกเตียงแบบมีขาเป็นที่นิยมในสมัยนี้ เพราะทำให้ดูโปร่งโล่ง และทำความสะอาดได้ ไม่เก็บฝุ่น แต่บางคนชอบเตียงทึบ เพราะดูแข็งแรง ก็แล้วแต่ความนิยมค่ะ
ตู้เสื้อผ้ามีความกว้างที่นิยมคือ 60 เซนติเมตรและมีความสูง 180-200 เซนติเมตร ขนาดของตู้แต่ละช่วงก็ควรจะมีขนาดประมาณ 45-60 เซนติเมตร เพราะเป็นขนาดที่สามารถทำบานตู้ติดได้สัดส่วนพอดี ซึ่งบานตู้ควรจะมีขนาดเปิดได้กว้างมองเห็นภายในตู้ได้ทั้งหมด แต่ถ้าห้องนอนมีขนาดแคบควรใช้บานตู้แบบเลื่อน ตู้เสือ้ผ้าที่มีกระจกเงาติดที่บานตู้ ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ ในกรณีที่พื้นที่ไม่พอที่จะวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือกระจกเต็มตัวต่างหาก นอกจากนี้ภายในตู้เสื้อผ้าผู้หญิงและผู้ชายก็ไม่เหมือนกัน เพราะมีเครื่องใช้แตกต่างกัน ผู้หญิงจะมีชุดเสื้อผ้าที่ยาวกว่าฉะนั้นที่แขวนเสื้อจะต้องสูงกว่าคือมีความสูงประมาณ 170-180 เซนติเมตร ส่วนตู้ของผู้ชาย อาจจะจัดเป็นสองช่วงคือ สำหรับแขวนเสื้อข้างบน และแขวนกางเกงข้างล่าง
              - 3.4 ห้องทำงาน...ถ้าเป็นการทำงานแบบจริงจัง และมีการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ควรเลือกโต๊ะที่มีที่วางแป้นพิมพ์แบบลิ้นชัก ส่วนเก้าอี้ ก็ควรเป็นเก้าอี้นั่งทำงานโดยเฉพาะเพื่อรองรับแผ่นหลังและสรีระ แต่ถ้านั่งทำงานแบบนั่งเขียน การเลือกชุดโต๊ะทำงาน ก็สามารถเลือกได้ยืดหยุ่นกว่า อาจเลือกแบบตามความชอบได้เลย นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ ชั้นวางหนังสือก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญมาก ควรเลือกแบบที่มีโครงสร้างแข็งแรง เพราะต้องรองรับหนังสือปริมาณมาก ถ้ากลัวฝุ่นเยอะ ก็ควรเลือกตู้แบบมีบานปิดตู้ แต่ถ้าชอบแบบโปร่งๆโล่งๆ ก็เลือกชั้นที่ไม่มีแผ่นปิดด้านหลังตู้ อาจทำมาจากสเตนเลส เหล็กที่โครงสร้างสวยงาม ก็ทำให้ห้องทำงานดูทันสมัยดีนะคะ
แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว รสนิยมของแต่ละท่าน อาจจะจับโน้นผสมนี้ จัดออกมาแล้วเอาเป็นว่าคนอยู่อาศัยในบ้านชอบละกันนะจ๊ะ เพราะว่าการออกแบบและตกแต่งบ้านนั้น มันมาจากข้างในจิตใจของผู้สร้างสรรค์งานคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : forfur.com
สนใจติดต่อ ซื้อขายบ้าน ติดตามได้ที่นี่ค่ะ