แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ซื้อโครงการบ้านใหม่ก่อน แล้วผ่อนทีหลัง หรือ เก็บเงินก่อน ค่อยซื้อ ดีนะ?

ซื้อโครงการบ้านใหม่ก่อน แล้วผ่อนทีหลัง หรือ เก็บเงินก่อน ค่อยซื้อ ดีนะ?




หากเราว่ามองแบบทั่ว ๆ ไปแล้ว ดูเหมือนว่าในค่านิยมการซื้อขายบ้านหรือบ้านก่อนแล้วค่อยทยอยผ่อนนั้น  ก็จะเป็นทางเลือกที่คนส่วนมากนิยมทำกันทั่วไป และนั่นเป็นเพราะว่า โดยปกติทั่วไปแล้วบ้านหรือบ้านจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากเราจะรอซื้อเงินสดละก็ มูลค่าของบ้านนั้นจะสูงเกินจะเอื้อมถึงแน่นอน อีกทั้งในการที่เราเก็บเงินสดให้ได้มูลค่าหลักล้านนั้นก็ ไม่ได้เป็นเรื่องที่มันง่ายนักเลย แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าการเก็บเงินก่อนแล้ว และค่อยจะซื้อบ้านจะเป็นทางเลือกที่ผิดหลอก แต่ในทางกลับกันก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใครหลายคนเช่นกัน นั่นก็เป็นเพราะว่า ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านนั้นมีราคาสูงมาก และอาจสูงกว่า 2 เท่าของราคาบ้านด้วยซ้ำไป เช่น ซื้อบ้านในราคา 5 ล้านบาท แต่หากเราผ่อนแบบปกติไม่มีการรีไฟแนนซ์ และหรือไม่โปะเงินต้น ซึ่งผู้ซื้อจะต้องจ่ายยอดถึงรวมกัน 11 ล้านบาทเลย เท่ากับได้บ้านสองหลังแต่เราจ่ายเพียงหลังเดียวเท่านั้นถือว่าขาดทุนมาก

ถ้าหากมีศักยภาพที่เพียงพอที่จะเก็บเงินได้ไวเรา ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้เยอะ แถมการที่เราไม่เป็นหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะต้องเสียเวลาติดต่อในดำเนินการยุ่งยากไม่น้อยเลยทีเดียวอีกด้วย

ในการที่เราจะตัดสินใจว่าเราจะเป็นหนี้ก่อน หรือเราจะค่อย ๆ ทำการเก็บเงินไป จึงอาจจะไปขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต และในความจำเป็น โดยศักยภาพทางการเงินของในแต่ละบุคคลนั้นๆ ไม่มีทางเลือกไหนถูกผิดแน่นอน และมีแต่เหมาะสมหรือไม่เท่านั้น โดยที่ระบบการเงินในทุกช่องทางก็ต่างออกแบบมาและเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเองค่ะ

และจะว่าไปแล้วทั้งใน 2 กรณีนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวเลือกเท่านั้นเอง นอกจากนี้่ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ให้เลือกให้เห็นอีกมาก เช่น ในบางคนก็เลือกที่จะซื้อที่ดินไว้ก่อน แล้วทิ้งไว้ 4-5 ปี จึงจะคิดสร้างบ้าน หรือในบางคนแม้เดิมทีที่ดินอาจจะตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกเลย แต่ก็เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานก็ได้เกิดความเจริญค่อย ๆ เข้าถึง และมีมูลค่าที่ดินย่อมสูงขึ้นอีกด้วย เราอาจแบ่งขายที่ดินแล้วก็นำกำไรส่วนนั้นมาใช้ในสร้างบ้านก็ได้ เสมือนได้บ้านฟรีเลยค่

“เช่าตลอดชีพ ไม่คิดจะซื้อ” เราก็อาจเคยเห็นกรณีนี้ ก็จะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ โดยผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่ได้คิดเช่าบ้านตลอดชีพ โดยไม่คิดจะซื้อ นั้นก็เพราะหากนำตัวเลขทางการเงินมาวิเคราะห์แล้ว โดยสมมุติเทียบมูลค่ากับบ้านแล้ว หลังละ 5 ล้านบาท แต่หากเราผ่อนต้องจ่ายเดือนละ เดืนประมาณ 3 หมื่นบาท รวมยอดแล้ว 30 ปีก็เป็นเงิน 11 ล้านบาทเลย โดยผู้คนบางกลุ่มก็จึงคิดว่า ถ้าหากเขาเช่าบ้านเดือนละ 15,000 บาท ก็จะเท่ากับ เช่าปีละ 1.8 แสนบาท และนั่นก็หมายถึงว่า เขาสามารถเช่าบ้านได้นานถึง 61 ปี และแถมยังต้องจ่ายต่อเดือนน้อยกว่าอีกด้วยซ้ำไป

แล้วถ้าหากคุณกำลังอยู่ในวัย 25 ปีขึ้นไป ซึ่งตัวเลข 61 ปี ก็เป็นตัวเลขที่น่านำมาคิดทบทวน นั้นก็เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์เราก็มีชีวิตกันเพียง 70 ปีเท่านั้น และเมื่อตัดอายุช่วงวัยเรียนซึ่งได้มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู และชีวิตเราก็จะเหลือค่าเฉลี่ยเพียง 50 ปีเท่านั้น และเท่านั้น การเช่าบ้านมูลค่า 15,000 ต่อเดือน ก็จะจึงเป็นตัวเลขที่พอเพียงต่อการอยู่และอาศัยในช่วงที่ชีวิตที่เหลือแล้ว

ข้อดี ก็คือคุณจะสามารถเปลี่ยนโครงการบ้านใหม่ได้เรื่อย ๆ และคุณสามารถย้ายสถานที่ได้ตามที่คุณต้องการ และคุณก็ไม่ต้องวิตกกังวลกับทำเลที่ถูกทิ้งร้างไว้ และไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าบำรุงรักษาบ้านเลยค่ะ เพราะในหน้าที่นี้ก็เป็นของผู้ให้เช่ารับผิดชอบไป และสุดท้ายแล้วเราทุกคนก็ต่างไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินใด ๆ เลยค่ะ

โดยเฉพาะยุคนี้แล้ว เป็นยุคที่ผู้คนโสดมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่เพียงลำพังมากขึ้น และไม่รู้จะเก็บบ้านไว้ให้ใครอีก เช่าตลอดชีพก็จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างจะมีอิสระมากกว่าตัวเลือกอื่น ๆ เลย แต่ในข้อดีก็ต่างจะมีข้อเสียอยู่เสมอ โดยจะเลือกวิธีไหน อยู่ที่ใจต้องการของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คิดจะซื้อบ้านมือสอง ควรระวัง

คิดจะซื้อขายบ้านมือสอง ควรระวัง


โครงการบ้านใหม่
ขอบคุณภาพจาก terrabkk.com/


และด้วยเหตุผลที่ว่าบ้านมือสองมักจะอยู่ในทำเลที่น่าสนใจและดูโดดเด่นกว่าโครงการบ้านใหม่เสมอ  จึงทำให้มีคนหลายคนสนใจที่จะลงทุนหรือเลือกที่จะซื้อขายบ้านมือสองมากแทนการซื้อโครงการบ้านใหม่ขึ้นทุกวัน เพราะนอกจากจะได้อยู่ในทำเลที่ดีในราคาที่ไม่สูงมากจนเกินไปแล้ว ยังจะสามารถดูสภาพแวดล้อมรอบๆ บ้านได้ดีอีกด้วยว่าเพื่อนบ้านของเราเป็นอย่างไรน่าอยู่หรือไม่นั้นเอง แต่ที่สำคัญอีกอย่างนั้นก็คือการตรวจสภาพบ้านให้ดูดีๆ ว่ามีสภาพที่ทรุดโทรมไปมากน้อยเพียงใดค่ะ และต้องซ่อมแซมปรับปรุงหรือต้องเพิ่มเติมอีกมากน้อยแค่ไหนค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อควรระวังที่เราไม่ควรพลาดไปและเช็คให้ดีอีกดังนี้ค่ะ

ข้อ 1. ปลวก จะถือได้ว่าเป็นตัวการทำลายพื้นในบ้านตัวสำคัญที่สุดที่จะทำให้บ้านนั้นทรุดโทรมลงได้ค่ะ ดังนั้นก่อนที่เราจะซื้อขายบ้านมือสองเราควรที่จะตรวจเช็คให้ดีก่อนว่าบ้านหลังนั้นไม่ได้มีปลวกมาทำลายไว้ก่อนแล้วค่ะ

ข้อ 2. ท่อประปาแตกรั่วหรือไม่ ปัญหานี้ก็ถือเป็นปัญหาสำคัญมากเพราะหากมีการแตกรั่วขึ้นมาละก็ เราจะต้องขุดเจาะลงไปเพื่อซ่อมแซมเป็นการใหญ่แน่นอน อีกทั้งปัญหาน้ำรั่วนี้นั้นยังทำให้พื้นในบ้านทรุดลงอีกด้วยค่ะ

ข้อ 3. หลังคารั่วหรือไม่ ก่อนที่จะซื้อบ้านมือสองเราควรเหล่านี้เราก็ควรเช็คฝ้าเพดานให้ดีก่อนค่ะ ว่ามีรอยรั่วตรงไหนบ้าง และเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังนั่นเองค่ะ

ข้อ 4. การรุกล้ำพื้นที่บ้านคนอื่นหรือโดนรุกล้ำ ปัญหาที่มักพบก็คือพื้นที่ไม่ตรงตามโฉนดที่ได้รับ ดังนั้นเราจึงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่ามีการรุกล้ำพื้นที่กันหรือไม่ค่ะ

ข้อ 5. อันตรายจากสภาพแวดล้อมค่ะ ก่อนจะซื้อบ้านมือสองนั้น ไม่ว่าจะจากทำเลไหนก็ตามเราควรเช็คให้ดีก่อนว่าที่นั้นมีมลพิษทางอากาศ ทางเสียง ทางแสง อยู่หรือมีปัญหาน้ำเน่าเสียหรือไม่ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากมากค่ะ

ข้อ 6. ปัญหาจากทางกฏหมายควบคุมอาคาร บ้านมือสองนั้นส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่องนี้ค่ะ ดังนั้นจึงควรเช็คให้ดีก่อน จากสำนักงานโยธาฯในพื้นที่นั้นๆ ค่ะ

ข้อ 7. การถูกเวนคืน ซึ่งเช็คจากการทางพิเศษฯ กรมทางหลวง ในสำนักงานจราจรและในสำนักงานโยธาให้ดีว่าบ้านมือสองที่เรากำลังจะซื้อนี้นั้นอยู่ในพื้นที่ที่ถูกเวนคืนหรือไม่ค่ะ

ข้อ  8. ปัญหาโครงสร้าง เช็คได้จากรอยแตกร้าว และการทรุดตัวของบ้านค่ะ และรอยยึดต่างๆ ว่ามีมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าหากว่ามีปัญหาในเรื่องนี้มาก ก็ย่อมต้องเสียค่าใช้จ่ายในกำบำรุงรักษาซ่อมแซมจำนวนมากด้วยเช่นกันค่ะ

ข้อ 9. เอกสารสิทธิภาระผูกพันค่ะ ปัญหาการภาระผูกพันที่ต้องระวังก็คือ สิทธิเก็บกินค่ะ สิทธิการเช่าค่ะ จำนองค่ะ สิทธิอาศัยค่ะ ภาระจำยอมต่างๆ ค่ะ เพราะปัญหาเหล่านี้มักจะลิดรอนสิทธิในการที่เราเป็นเจ้าของโดยตรงค่ะ โดยสามารถเช็คได้โยจากโฉนดในหน้าสารบัญค่ะ หรือลงพื้นที่เองก็ได้เช่นกันค่ะ

ข้อ 10. ปัญหาความชื้นภายในบ้าน ปัญหานี้ก็มักตรวจสอบได้ยากค่ะ แต่เราก็สามารถตรวจสอบได้จากรอยรั่วซึมในบ้านตามที่ต่างๆ ความอับชื้น หรือแม้กระทั้งคราบน้ำคราบตะไคร่ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของเราได้อีกด้วยค่ะ

ข้อ 11. ปัญหาที่พื้นดินต่ำและการระบายน้ำไม่ดี ถือว่าเป็นปัญหาที่มักจะพบเจอได้บ่อย เพราะบ้านมือสองนั้นก็มาจากบ้านเก่าที่ผ่านการใช้งาน ซึ่งมักจะพบเจอปัญหาน้ำท่วมขังเสมอๆ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงจะดีที่สุดค่ะ

ข้อ 12. ปัญหาและข้อจำกัดในการพัฒนาผังเมืองต่างๆ เพราะบางพื้นที่ตามผังเมืองก็อาจจะมีการกำหนดไว้แล้วว่าเราจะสามารถใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงไหนค่ะ หรือจะสร้างอาคารได้แค่บางประเภทเท่านั้น ดังนั้นจึงควรเช็คผังเมืองให้ดีก่อนเพื่อไม่ให้ผิดกฏเหล่านี้ค่ะ หากต้องการสร้างหรือต่อเติมอะไรตามมาค่ะ

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข้อควรรู้ ระบบแสงสว่างภายในบ้าน

ข้อควรรู้ที่คุณต้องทราบ เกี่ยวกับ ระบบแสงสว่างภายในบ้าน

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแสงสว่างนั้นมีความสำคัญมากๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เอ๊ะจะเลือกใช้อย่างไรและตกแต่งอย่างไร ถ้าคุณซื้อขายบ้าน มาใหม่จะทำยังไงให้กับการใช้งานภายในบ้าน เรามีคำตอบค่ะ

เทรนด์แบบบ้านประหยัดพลังงานนั้น อาจให้ความสำคัญกับแสงสว่างตามธรรมชาติ (Daylight) นั่นคือเน้นการดึงแสงเข้ามาในบ้านให้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ แต่ระบบแสงสว่างแบบแสงประดิษฐ์เช่น ไฟดาวน์ไลท์ในห้องอาหารหรือโคมไฟทำงานก็สำคัญเช่นกัน เพราะในการทำงานบางอย่างเราอาจต้องการแสงเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้สายตา โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่ต้องเปิดไฟเพื่อความปลอดภัยด้วย ซึ่งแสงสว่างในงานออกแบบตกแต่งภายใน มี 4 ประเภท ดังนี้ค่ะ

Ambient Light...เป็นแสงที่ทำหน้าที่ส่องสว่างเป็นตัวหลักในห้อง ช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านนั้นให้แสงกระจายทั่วไปเท่ากันทั้งบริเวณพื้นที่ใช้งาน ไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามมากนัก
Task Light...เป็นแสงสว่างสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ เช่น เย็บผ้า ห้องครัว ห้องทำงาน เป็นต้น
Accent Light...แสงส่องเน้น เป็นแสงที่ช่วยเน้นให้จุดเด่นของห้องชัดเจนขึ้น เช่น เน้นผนังหินธรรมชาติ หรือการเน้นโซฟาตัวกลาง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น
Decorative Light...เป็นแสงที่ได้จากโคมหรือหลอดที่สวยงามเพื่อสร้างจุดสนใจในการตกแต่งบ้าน

การส่องสว่างภายในห้องต่างๆ ที่พักอาศัยมักต้องการความสบายอยู่แล้วใช่มั้ยคะ ดังนั้นควรให้แสงที่ดูอบอุ่น การใช้แสงสีเหลืองจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์ ฮาโลเจน หรือหลอดคอมแพคท์ฟลูออเรสเซนต์แบบวอร์มไวท์ (Warm White) เพราะมีสีเหลืองคล้ายกัน และใช้ไฟสีขาวในบริเวณที่ต้องใช้สายตา เช่นโคมไฟอ่านหนังสือ หรือไฟเหนืออ่างซิงค์ในครัว หรือใช้ภายในการตกแต่งร้านกาแฟเป็นต้น เช่นภาพด้านบนที่เป็นของร้านนี้

ห้องรับแขก/และการตกแต่งห้องนั่งเล่น...มีเรื่องที่ต้องคำนึงเช่น รูปร่างของห้อง เส้นทางเดินในห้อง และบริเวณที่มีการใช้งาน เนื่องจากห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่ไม่ได้มีการใช้สายตามากนัก ดังนั้นคุณอาจให้ไฟสีเหลืองที่ไม่ต้องสว่างมาก พอมองเห็นได้แล้วค่อยใช้ Accent Ligtht บางจุดเช่นส่องภาพเขียนบนผนัง หรืออาจะมีโคมไฟหน้าตาสวยๆเหนือโต๊ะเตี้ยกลางชุดที่นั่ง เป็นต้น

ห้องนอน...การแต่งห้องนอนนั้นการให้แสงต้องเน้นความสบายมากที่สุดค่ะ Ambient Light ในห้องนอนมักจะไม่ติดบนฝ้าเพดานที่ตรงกับเตียงนอนมากนัก เพราะจะแยงตาในกรณีที่นอนอยู่ ดังนั้นอาจใช้การกดฝ้าลงมา เฉพาะส่วนเหนือเตียง แล้วให้ไฟหลืบส่องออกมา หรืออาจจะใช้โคมไฟข้างเตียงช่วยในกรณีที่ต้องการอ่านหนังสือเล็กน้อยก่อนนอน เพื่อจะไม่รบกวนคนที่นอนข้างๆ รวมถึงวางนาฬิกาปลุกไว้ได้ค่ะ ซึ่งหมายความว่าอาจใช้ Accent Light และ Task Light มาช่วยเป็น Ambient Light นั่นเอง

ห้องครัวและการแต่งห้องทานอาหาร...ในบริเวณที่เตรียมอาหาร ควรมี Task Light เพียงพอ อาจใช้ฮาโลเจนติดหรือซ่อนไฟหลืบใต้ตู้บนของชุดครัว เพื่อใช้งานในเวลาหั่น สับวัตถุดิบ ส่วนในบริเวณทานอาหาร ควรให้แสงสว่างพอเหมาะไม่มากไม่น้อยเกินไป เพื่อให้สามารถมองเห็นอาหารที่รับประทาน และสามารถมองเห็นคู่สนทนาร่วมโต๊ะด้วยค่ะ อาจเพิ่มลูกเล่นไฟแบบหรี่ได้ ในกรณีที่มีรับประทานอาหารในโอกาสพิเศษ

แต่งห้องทำงานให้เข้ากับแสงไฟ...สิ่งที่สำคัญที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น Task Light ค่ะ ควรเลือกใช้แสงสีออกขาวเพื่อให้มองเห็นชัดเจนขึ้นและสีของวัตถุต่างๆไม่เพี้ยนจากความจริง เรื่องที่ต้องระวังคืออย่าให้เงามาบังบริเวณที่จะทำงาน เช่นถนัดมือขวา ก็ให้แสงส่องเข้าทางด้านซ้าย และถ้ามีการใช้คอมพิวเตอร์ ควรให้แสงสว่างมาจากเหนือจอคอมพิวเตอร์เพื่อให้เห็นแป้นตัวหนังสือบนแป้นพิมพ์ แต่ไม่สะท้อนจอเข้าตาค่ะ

ตกแต่งห้องน้ำ...เป็นห้องที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก โดยเฉพาะบริเวณหน้ากระจกและอ่างล้างหน้า ซึ่งมีกิจกรรมการแต่งหน้า โกนหนวด และเช็คร่างกายตัวเอง ถ้าบริเวณหน้ากระจกดังกล่าวมีการแต่งหน้าด้วย ควรมีการใช้ไฟแสงสว่างทั้งไฟฟลูออเรสเซนต์แบบคูลไวท์ (Cool White) หรือ เดไลท์ (Daylight) และหลอดอินแคนเดสเซนต์หรือคอมแพคท์วอร์มไวท์เพราะงานที่ไปส่วนใหญ่ เพื่อให้เหมาะสมกับการแต่งหน้าทั้งงานกลางวันและกลางคืนค่ะ โดยอาจใช้ไฟกิ่งหรือไฟดาวน์ไลท์เหนือศีรษะ ส่วนบริเวณที่ใช้ฝักบัวเพื่ออาบน้ำก็ควรใช้โคมที่สามารถป้องกันไอน้ำที่ออกมากับฝักบัว ด้วย เช่น โคมแบบมีครอบแก้ว เป็นต้น

การเลือกการให้แสงสว่างที่ประหยัดพลังงานเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ต้องเพียงพอต่อการใช้งานด้วยนะคะ เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพทางสายตาด้วย อีกทั้งแสงยังช่วยสร้างบรรยากาศของห้องได้ดีมาก การเลือกให้แสงอย่างถูกวิธี เน้นในจุดที่ควรเน้น ก็จะทำให้เราใช้ไฟฟ้าได้คุ้มค่าสมราคาค่ะ หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการเลือกและจัดแสงไฟให้เหมาะกับทุกๆห้องนะคะ

 สุดท้าย หากคุณ สนใจมองหาโครงการบ้านใหม่ สามารถติดตามได้ที่นี้

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

คิดจะซื้อบ้านโครงการบ้านใหม่ มือใหม่อย่ามองข้าม!!

จะซื้อบ้านโครงการบ้านใหม่ มือใหม่อย่ามองข้าม!!


โครงการบ้านใหม่

เชื่อว่าในความฝันของผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่บนความเร่งรีบเพื่อไขว่คว้าหาบางอย่างมาเป็นของตัวเอง “บ้าน” ก็คงจะอยู่หนึ่งในตัวเลือกที่หลายๆคนต้องการที่จะได้ครอบครองและให้ความสนใจอยู่ไม่น้อยเลย

สำหรับมือใหม่ที่กำลังคิดตัดสินใจเลือกซื้อขายบ้านสักหลัง จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการซื้อบ้านต่างๆอย่างถูกต้อง เพราะถือว่าเป็นสิ่งแรกที่จะช่วยให้เราได้มีบ้านที่สงบสุขคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในแต่ละเดือน เพราะฉะนั้นแล้ว เว็บรอบรู้เรื่องขายบ้านและโครงการบ้านใหม่ ของเราเลยได้หยิบยกข้อแนะนำดีๆมานำเสนอแก่ท่าน เราลองมาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า เมื่อไหร่ที่เราควรคิดที่จะตัดสินใจมีบ้านเป็นของเราเองสักหลังและเริ่มต้นชีวิตที่สมบูรณ์เสียที

โครงการบ้านใหม่ ปี 2559

ควรตัดสินใจซื้อบ้านกันเมื่อไหร่ดี
“ความพร้อม” ทางการเงิน คือตัวการที่ช่วยบ่งบอกตัวเราเองว่ามีความพร้อมหรือความสามารถในการจ่ายเงินผ่อนบ้านในแต่ละเดือน โดยไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนหรือกระทบการดำเนินชีวิตหรือเปล่า เพราะหากความสุขคือ การที่มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ต้องมาเครียดกับค่าใช้จ่ายที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง  ในความรู้สึกของคุณบ้านคงจะมอบความสุขให้กับคุณได้ไม่มากนัก ทั้งนี้ ก็อย่าลืมว่านอกจากค่าผ่อนบ้านแล้วยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกที่จะตามมา เช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งและปรับเปลี่ยนของบ้านให้อยู่ในแบบที่เจ้าของบ้านต้องการไว้ เพราะฉะนั้นแล้ว ความพร้อมในการจัดการวางแผนที่ดีนั้นจึงจะเป็นคำตอบที่ดีให้คุณเองว่า เราควรเริ่มต้นซื้อบ้านเมื่อไหร่ดีที่สุด

ขายบ้าน

การตรวจสอบการก่อสร้างในโครงการบ้านใหม่ที่เราอยากได้
สำหรับบ้านที่เราต้องการนั้นอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างและไม่ใช่บ้านที่สร้างเสร็จพร้อมขายบ้าน เราเป็นผู้ซื้อควรจะเข้าไปตรวจสอบขั้นตอนการก่อสร้างบ้านใหม่อยู่บ่อยๆ หลังจากที่ตัดสินใจลือกบ้านหลังที่คุณต้องการพร้อมวางเงินดาวน์และเริ่มต้นการผ่อน บ้านหลังที่เราเลือกจะต้องมีการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานจากวัสดุที่มีความคงทนแข็งแรง และมีการจัดพื้นที่ให้มีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว หลังจากที่บ้านนั้นสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่เราควรจะต้องทำคือ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจเซ็นสัญญายอมรับว่าบ้านสมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ คุณควรตรวจสอบสภาพของบ้านให้ดีเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นรอยร้าวต่างๆหรือจุดที่คิดว่ามันน่าจะเกิดปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยรั่วบนหลังคา เมื่อพบต้นเหตุแล้วก็เราควรให้ช่างเข้าทำการแก้ไขเสียก่อนจนมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบดีแล้วจึงค่อยตัดสินใจเซ็นตอบรับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นทางที่ดีของการเลือกซื้อบ้านเราให้ควรอยู่ในทำเลที่ดี เช่น อยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆ อย่าง โรงพยาบาล โรงเรียน  ห้างสรรพสินค้า ตลาด เส้นทางคมนาคมที่สะดวกเข้าถึงง่าย ทำเลที่ตั้งของโครงการบ้านใหม่ยังต้องมีการยกพื้นสูง น้ำไม่ท่วม มีถนนทางเข้าที่เรียบไม่เป็นหลุมเป็นบ่อและสะอาด พร้อมด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร ก็จะช่วยให้เรื่องเลือกซื้อบ้านหลังแรกของคุณความฝันที่เป็นจริงขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ



วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

20 ข้อแนะนำซื้อขายบ้านผู้หญิงที่ต้องอยู่คนเดียว

20 ข้อซื้อขายบ้านอย่างไรสำหรับผู้หญิงอยู่คนเดียว


โครงการบ้านใหม่ ปี 2559



ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้หญิงนั้นมีประชากรมากกว่าผู้ชาย จึงไม่ต้องแปลกใจที่สาวโสดจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี หลายๆท่านต้องอยุ่บ้านเพียงลำพัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องความปลอดภัยหรือเสี่ยงต่อภัยอันตราย  วันนี้ เว็บรอบรู้เรื่องขายบ้าน,โครงการบ้านใหม่ จึงนำ 20 ข้อแนะนำ สำหรับผู้หญิงโสดต้องอยู่บ้านเพียงลำพังมาฝาก หวังว่าจะเป็นประโยชน์หรือแง่คิดก่อนการตัดสินใจ

วางแผนให้ถ้วนถี่
1. เลือกนายหน้า โบรกเกอร์ขายบ้านที่น่าไว้วางใจ
2.วางแผนเวลาสำหรับการหาบ้าน
3.จดสิ่งสำคัญๆ ที่คุณต้องทำเกี่ยวกับการซื้อบ้าน
4.จัดสรรงบประมาณสำหรับการซื้อบ้านในจำนวนที่คุณสามารถซื้อได้

คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย
5.ลองเซิดหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตว่าในบริเวณใกล้เคียงนั้นเคยเกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆ บ้างหรือไม่
6.เพื่อนบ้านดูเป็นมิตร
7.ในตอนกลางคืนคุณควรลองขับรถสำรวจบริเวณรอบๆบ้านที่คุณต้องการจะซื้อก่อนตัดสินใจ
8. ที่พักอาศัยนั้นควรอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจ

สำรวจและหาข้อมูลให้ละเอียด
9.สำรวจพื้นที่ดีๆ หากดูจากอินเทอร์เน็ตได้ก็จะดีมาก หลังจากนั้นเลือกโบรกเกอร์หรือตัวแทน
10.ขอคำแนะนำจากคนที่มีประสบการณ์เคยผ่านขั้นตอนในการซื้อขายบ้านมาแล้ว
11.เลือกพิจารณาตัวแทนจำหน่ายให้ดี เนื่องจากเอเยนต์บางกลุ่มเหมาะกับคนอื่นแต่อาจจะไม่เหมาะกับเรา

เลือกเล็กๆจะ ดีกว่า
12.ไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไปสำหรับการมีบ้านใหญ่โต เพราะมันหมายถึงภาระต่างๆ ที่จะตามมา
13.การที่เราเลือกบ้านหลังเล็กๆนั้น จะทำให้ลดเวลาในการทำความสะอาด และไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าดูแลเป็นจำนวนมาก

การคัดเลือกนายหน้าคนใดคนหนึ่ง
14.การที่เราคัดเลือกนายหน้านั้นเป็นเรื่องยากและสำคัญ ดังนั้นคุณควรที่จะเลือกบริษัทที่มีที่ตั้งเป็นหลักเป็นแหล่งน่าเชื่อถือ
15.ขอคำแนะนำจากคนรู้จักเพื่อนพ้องและครอบครัวของเรา
16.ควรลองเข้าไปเช็คดูผลงานของนายหน้าจากทางอินเทอร์เน็ต ว่าน่าเชื่อถือและน่าสนใจมากน้อยเพียงใด
17.ลองเปิดโอกาสพูดคุยกับโบรกเกอร์รายอื่นๆ ด้วย เพื่อเปรียบเทียบผลงานและประสบการณ์ในการทำงานซึ่งจะช่วยเราให้การซื้อบ้านของคุณง่ายขึ้น

รู้งบประมาณทรัพย์ของตัวเอง
18.เช็คตรวจสอบเครดิตบูโร ประเมินสถานะทางการเงินของเราสำหรับการกู้ยืมเงินซื้อบ้าน
19.คำนวณเงินที่จะต้องไปกู้ยืมเงิน
20.เช็คลิสเรื่องสำคัญๆ ก่อนที่จะทำเรื่องสำคัญๆ ต่อไป

และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของการที่จะต้องคำนวณเงินเตรียมพร้อมไว้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ซ่อนไว้อยู่ เช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าซ่อมแซมส่วนต่างของบ้าน  หรืออาจต้องเสียค่าตกแต่งบ้านเพิ่มเติม ซึ่งหากคุณสามารถต่อรองราคาในเรื่องเหล่านี้ได้ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้มีกำไร เห็นไหมค่ะว่าการจะซื้อบ้านอยู่คนเดียวสักหลังนั้นก็มีขั้นตอน รายละเอียดต่างๆ ให้เราศึกษาอยู่ไม่ใช่น้อยเลย

ทางเว็บขอขอบคุณข้อมูลจาก โฮมดอทสนุก ค่ะ ^^

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

การวางแผนก่อนที่ตัดสินใจเลือกซื้อขายบ้าน

ข้อคิดในการวางแผนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อขายบ้าน

ขายบ้าน

สำหรับหลายๆ คนใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดสักหลัง แต่เนื่องจากบ้านและคอนโดในปัจจุบันถือเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ผู้ซื้อจึงต้องมีการหาข้อมูล และตรวจสอบรายละเอียด และทำความเข้าใจกับกฎหมายทางด้านอสังหาริมทรัพย์ให้เข้าใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การเสียเงิน เสียเวลาในภายหลัง ต่อไปนี้เป็นข้อคิดในการวางแผนก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ บ้าน,  ทาวน์เฮาส์, คอนโดฯ, โฮมออฟฟิศ เป็นต้น

1.สำรวจความต้องการของตนเองให้ดี
ในการเลือกซื้ออสังหาฯ ผู้ซื้อจะต้องกำหนดความต้องการของตนเองว่ามีบ้านในฝันแบบไหน เช่น บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ซึ่งในแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการตกแต่งบ้าน ราคา รูปแบบ และเนื้อที่ใช้สอย

2. การตั้งงบประมาณ-ซื้อตามกำลังทรัพย์
การเลือกบ้านที่เหมาะสมควรเป็นไปตามกำลังความสามารถในการผ่อนชำระ ไม่ควรซื้อบ้านราคาสูงเกินกำลัง เพราะแทนที่จะมีชีวิตสุขสบายกับบ้านหลังใหม่ สามารถแบกรับภาระหนี้สินในการผ่อนชำระต่อไปในอนาคตอีกนับสิบๆ ปี เพราะปกติเมื่อเราทำงานได้ตามเกณฑ์ทั่วไปที่ธนาคารกำหนด คือทำงานต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 2  ปี ก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้แล้ว หากซื้อบ้านที่มีราคาสูงเกินความสามารถก็จะกลายเป็นทุกข์เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งหน้าตั้งตาหาเงินมาผ่อนชำระค่าบ้าน จนไม่มีเวลาให้ได้พักผ่อนหรือแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้น โดยทั่วไป ค่าผ่อนบ้านในอัตราที่เหมาะสม คือ 25% ของรายได้ และมากสุด ไม่ควรเกิน 35% เพราะจะทำให้ภาระหนี้ตึงมือ จนทำให้บ้านหลุดมือไปได้

3.การพิจารณาทำเลที่ตั้งโครงการ
หลังจากที่ผู้ซื้อประเมินกำลังเงินของตัวเองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า รายได้หรือรายรับของครอบครัวเรานั้นเหมาะสมที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในประเภทไหนที่จะกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ และสามารถผ่อนส่งได้โดยไม่เดือดร้อน สิ่งแรกที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติคือ การหาข้อมูลเบื้องต้นของบ้านที่ต้องการซื้อ โดยยึดเอาทำเลที่ตั้งที่สมาชิกในครอบครัวเราสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกที่สุด มาเป็นข้อพิจารณาอันดับแรกได้แก่ การเดินทางไปสถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาเล่าเรียนของสมาชิกในครอบครัว ระบบโครงข่ายคมนาคมที่มีระบบขนส่งรองรับ ทำให้การเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการเลือกทำเลที่ตั้งของบ้านนั้นจะต้องพิจารณาจากความเหมาะสมกับความต้องการและวิถีชีวิตของคนในครอบครัวเป็นหลัก

4.เลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม
เมื่อผู้ซื้อได้ทำเลที่ต้องการแล้ว ในแต่ละทำเลจะมีโครงการที่ให้ผู้ซื้อได้เลือกอย่างมากมายทั้งโครงการขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก สิ่งที่จะต้องพิจารณาในขั้นตอนต่อไป คือการพิจารณาเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม สำหรับโครงการที่ดีนั้นควรจะต้องมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ครบถ้วน เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์   ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายการจัดสรรที่ดินกำหนดหรือไม่ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ กล้องCCTVหรือสปอร์ต คลับ มีตรงตามความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ ในบริเวณใกล้เคียงโครงการมีโรงเรียน โรงพยาบาล หรือศูนย์การค้าท่องเที่ยวหรือไม่ รวมถึง สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในโครงการ เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวหรือไม่

ซื้อบ้านไม่จำเป็นต้อง “ใหม่” จะมือหนึ่งเสมอไป: เพราะการซื้อบ้านมือสอง ผู้ซื้อมีโอกาสต่อรองราคาได้มากกว่าบ้านมือหนึ่งและอาจจะได้บ้านดีราคาถูกตามไปด้วย ขณะที่เหตุการณ์แบบนี้แทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในโครงการบ้านใหม่ ดังนั้น บ้านมือสองอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีก็ได้ โดยเฉพาะในบางทำเลบ้านใหม่ๆ หายาก หรือแทบไม่มีโครงการใหม่เกิดขึ้น

นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกประกรหนึ่ง คือ บริษัทหรือเจ้าของโครงการจะต้องมีความน่าเชื่อถือมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการ ที่อยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากประวัติชื่อเสียงและผลงานในอดีต เพื่อเป็นเครื่องรับประกันในขั้นต้นว่า ผู้ซื้อจะได้บ้านที่มีมาตรฐานทั้งด้านความมั่นคงของบ้านความแข็งแรง และก่อสร้างบ้านให้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันอย่างตรงเวลา ในกรณีนี้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพ จะได้เปรียบกว่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีผลงานในการก่อสร้างเลย

5.การวางมัดจำ และทำสัญญาซื้อขาย
ก่อนทำสัญญาจะซื้อ หรือสัญญาวางมัดจำนั้น หากเป็นการซื้อบ้านพร้อมที่ดินนั้นผู้ซื้อควรตรวจสอบสำเนาโฉนดทั้งด้านหน้า และด้านหลังให้ดี รวมถึงตรวจสอบทะเบียนบ้านเพื่อยืนยันสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน หรือเจ้าของที่ดินคนเดิม แต่ในกรณีที่เป็นอาคารชุด หรือห้องชุด อาจต้องดูสัญญาจะซื้อห้องชุด โดยตัวอย่างเอกสารสัญญาเหล่านี้สามารถดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ต ดังเช่น ตัวอย่างสัญญาจากในเว็บไซต์ สำนักกฎหมายสวัสดิธรรม ทั้งนี้ เรื่องการวางเงินมัดจำ ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขาย โดยตามเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องมีระบุไว้ในเอกสารสัญญาอย่างชัดเจน

6.การติดต่อขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
คนส่วนใหญ่นิยมกู้เงินมาซื้อบ้านแต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งที่นิยมซื้อด้วยเงินของตัวเอง อาจจะต้องด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่หนึ่งในนั้นคือ ไม่อยากเสียดอกเบี้ย ในความเป็นจริงแล้ว อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านเป็นอัตราที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับเงินกู้ประเภทอื่นๆ นอกจากนี้การกู้เงินเพื่อที่จะซื้อบ้านยังมีโอกาสได้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ได้อีกซึ่งในแง่การลงทุน ยิ่งกู้ได้มากยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึง เราไม่ต้องใช้เงินตัวเองในการลงทุน เงินก้อนที่จะจ่ายสดไปกับการซื้อบ้านนั้น สู้นำไปลงทุนเพิ่มพูนมูลค่าน่าจะดีกว่า ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับมุมมองความคิดของแต่ละคน

นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ บ้าน, ทาวน์เฮาส์, คอนโดฯ,  โฮมออฟฟิศ เท่านั้น ก็ยังมีข้อควรคิดพิจารณาอีกมากมาย เช่น สภาพแวดล้อมของบ้าน, การจัดวางผังของหมู่บ้านจัดสรร, ความปลอดภัย, ระบบสาธารณูปโภคที่ควรได้รับ, ความมั่นคงความสงบและความเชื่อถือของเจ้าของโครงการ เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่คิดจะซื้อบ้านควรทำความเข้าใจกับรายละเอียดต่างๆ ให้มากก่อน เพื่อจะได้บ้านที่เราฝัน

_______________________________________________________________________________________________________________

พบกับ โครงการบ้านใหม่ ปี 2559 ที่น่าสนใจและเรื่องราวสาระเกี่ยวกับบ้านไม่ว่าจะซื้อจะขายบ้านติดตามได้ที่นี่เช่นเดิมค่ะ

_______________________________________________________________________________________________________________